Tokyo Trip Part4

Last updated: Nov 22, 2017  |  786 จำนวนผู้เข้าชม  |  LifeStyle ทริปท่องเที่ยว

Tokyo Trip Part4

ความเดิมตอนที่แล้ว

เริ่มจาก 5 ขั้นตอนง่ายๆ เตรียมตัวท่องเที่ยวต่างประเทศด้วยตัวเองต้องทำอย่างไรบ้าง >> https://www.nanareview.com/content/9433/how-to-plan-trip-by-yourself-


เที่ยวโตเกียว 9 วันด้วยตัวเอง ตอนที่ 1 >> https://www.nanareview.com/content/9436/tokyo-trip-part1-


เที่ยวโตเกียว 9 วันด้วยตัวเอง ตอนที่ 2 >> https://www.nanareview.com/content/9443/tokyo-trip-part2

เที่ยวโตเกียว 9 วันด้วยตัวเอง ตอนที่ 3 >> https://www.nanareview.com/content/9444/tokyo-trip-part3-

 

วันนี้พาไปเที่ยวย่านดังที่ใครมาเที่ยวโตเกียวก็ต้องไปค่ะ เราเริ่มจากไปลงรถไฟฟ้าใต้ดิน Metro ที่สถานี Ueno (G16 หรือ H17) ทางออก Exit 9 นะคะ โผล่มาเราก็เจอสี่แยกตรงหน้า มองเห็นฝั่งตรงข้ามเป็นทางเข้าตลาด Ameyoko

เราก็เดินข้ามถนนไปทางด้านขวาของภาพนี้เลยเป็นห้างเล็กๆ อีกฝั่งจะเห็นต้นไม้เยอะๆ มีบันไดหลายๆขั้น นั่นคือ ทางเข้าสวน Ueno Park ค่ะ ไปกันเลย เดินขึ้นบันไดไปเจอแผนผังแบบนี้ค่ะ

 

เที่ยว Ueno Park คลิกชมวีดีโอ

 

เราก็เดินไปเรื่อยๆ เน้นชมบรรยากาศสวนแห่งนี้ค่ะ อีกอย่างฝนตกปรอยๆ ด้วย เดินทั่วคงไม่สนุกละ  เราเดินไปจนเจอลานกว้างๆ ของประตูอีกฝั่ง เก็บภาพบรรยากาศ

แล้วก็เดินกลับมาที่เดิมลงรถไฟใต้ดินต่อ ไปลงสถานี Asakusa (G19 หรือ A18) ทางออก Exit1 เลยจ้า เพื่อไป Sensoji Temple หรือ คนไทยเรียก วัดอาสะกุสะ ออกไปจะเจอป้ายสุดท้ายเลี้ยวซ้ายหรือขวาก็ได้ แล้วแต่ว่าเราจะเข้าประตูไหนค่ะ เราไปทางซ้าย เดินไปเจอทางม้าลายที่คนข้ามเยอะๆ มีซอยซ้ายมือเดินทะลุร้านรวงต่างๆ ไปก็จะเจอกับ ถนน Nakamise  ซึ่งเป็นถนนสั้นๆ หน้าวัด ระยะแค่ 200 เมตร แต่อัดแน่นไปด้วยร้านรวงต่างๆ ทั้งขนม ของที่ระลึก เรียกได้ว่าดูกันเพลินไปเลย กว่าจะเดินถึงประตูวัดก็เกินครึ่งชั่วโมงจ้า  เห็นป้ายปังเมล่อน เลยเดินทะลุด้านหลังไปลองซื้อกินด้วยก็อร่อยดี แต่ไม่รู้ว่าใช่เจ้าดังที่เค้ารีวิวกันรึเปล่านะ

 

 

เที่ยววัดอาสะกุสะ

 

 



อ่ะถึงวัดแล้ว หันหน้าเข้าวัดฝั่่งซ้ายมือมีเจดีย์แบบนี้ค่ะ

ลำดับขั้นตอนคือ ไปจุดที่เห็นคนตักน้ำล้างมือกัน ตามรูปด้านล่างนี้ค่ะ แล้วตักน้ำ ล้างจากมือซ้ายก่อน แล้วก็ล้างมือขวา

ต่อด้วยการซื้อธูปไปจุด แล้วไปเสียบที่กระถางตรงกลางที่ควันเยอะๆนั่นเลยจ้า  โบกควันธูปเข้าหาตัว  ต่อไปเดินเข้าไปในตัวอาคารวัด คำนับ 1 ครั้ง โยนเหรียญอธิษฐานจ้า


 

จบขั้นตอนก็เก็บบรรยากาศรอบๆ เรียบร้อยแล้ว เราเห็นว่าตอนนี้ฝนหยุด อากาศดี เดินไป Tokyo Skytree เล่นๆชมเมืองซะเลย จาก Google Map บอก 15 นาที จัดไป



เราก็เดินออกไปทางขวาของวัด เพื่อเดินทะลุไปให้เจอริม แม่น้ำ สุมิดะ / Sumida River

บางตำราก็เขียน ซุมิดะ ไม่รู้อันไหนถูกแฮ่ๆ ไปยืนชมวิว สูดอากาศ Selfie สักพัก

คลิกชมบรรยากาศริมแม่น้ำ Sumida River

 

แล้วก็เดินต่อไปยังสะพานสีแดง ชื่อ Azumabashi Bridge ค่ะ สะพานสีแดงเด่นๆเลยค่ะ เก็บภาพไปเรื่อย 

มุมนี้เราจะเห็นตึก 2 ตึก ที่เป็นเอกลักษณ์ คือ ตึกสีทองสี่เหลี่ยมนั้น คือ Asahi Beer Tower และตึกข้างๆ กันที่ฐานสีดำ ด้านบนเป็นปลายฟองเบียร์ Asahi ชื่อตึก Super Dry Hall หรือ บางคนเรียกตึกอุนจิ  แงๆ เสียดาย ตึกอุนจิถูกห่อ น่าจะอยู่ระหว่างซ่อมแซมค่ะ

 

เดินต่อไปตาม Google Map ชมวิวบ้านเมืองไปเรื่อยๆ


แล้วเราก็มาถึงค่ะ Tokyo Skytree

เราซื้อตั๋วล่วงหน้ามาแล้วเลยกะว่าขึ้นไปชมวิวช่วงเย็นๆดีกว่า  ระหว่างนี้เราก็เดินเล่นสำรวจจุดอื่นกันก่อน

ไปที่ชั้น 1 Tokyo Skytree Official Shop ร้านของที่ระลึก เดินเล่นดูของ เจอทั้งขนมรูป Tokyo Skytree และ ตุ๊กตา  Sorakara-chan (โซระคาระจัง) ซึ่งเป็น Mascot ของ Tokyo Sky Tree นั่นแน่ใส่ชุด ธีม Haloween ซะด้วยค่ะ



แล้วก็ไปชั้น 5 ไปชม Sumida Aquarium กันค่ะ โซนหลักๆ ก็มี 8 โซนหลักๆ ซึ่งเค้าทำดีมากค่ะ มีตู้ปลาให้ดูเยอะอยู่ โซนสุดท้ายมีตู้ปลาขนาดใหญ่นั่งชมเพลินเลย และมีบ่อให้ดูนกเพนกวิ้นและแมวน้ำว่ายน้ำเล่นกันสนุกเลย

 

คลิกชม Sumida Aquarium รูปแบบวีดีโอ

 


ออกมาเจอร้านขายของที่ระลึกเดินสักหน่อย



ได้เวลาหิว แนะนำไปที่ชั้น 3 เลยค่ะ มี food court จัดชุดข้าวผัดเต้าหู้แบบอาหารจีน และ ทาโกยากิไป อิ่มแปล้



เดินเล่นชั้น 3 ได้อีกเป็น Shop ร้านรวงต่างๆ และติดกับ Food Court มีร้าน Rilakkuma ด้วย
 
ช่วงเย็นแล้ว

ไปชมวิวบนชั้น 350 ของ Tokyo Skytree กันดีกว่า

 

เห็นว่าเย็นแล้วแต่ยังไม่มืด เราก็เอาตั๋วที่ซื้อล่วงหน้ามาจากประเทศไทย ซื้อผ่านบริษัททัวร์ต่างๆนี่แหละค่ะ ราคาไม่ได้ส่วนลดอะไร เพียงแต่ไม่ต้องมาเสียเวลาต่อคิวค่ะ โดยการซื้อต้องระบุเลยว่าจะเข้ามาที่นี่วันไหนค่ะ แต่ไม่ต้องระบุเวลา เราก็เอาเอกสารไปยื่นชั้น 4 ออกตั๋วให้เรียบร้อย ไม่ต้องต่อคิว ขึ้นลิฟท์ไปได้เลย เพียงระยะเวลา 1 นาที เท่านั้น เราก็ถึงชั้น 350 หรือ Tembo Deck แล้วค่ะ ชมวิวรอบๆ เพลินๆ

 



แล้วก็นั่งรอสักพักฟ้าก็มืด เราก็ได้เก็บภาพบรรยากาศเมืองโตเกียวท่ามกลางแสงไฟสวยงาม

มองไปเห็นโตเกียวทาวเวอร์ลิบๆ ไม่ได้พกเลนส์ดีๆไปง่ะ มันหนัก แอบเสียดาย



ชมวิวจนพอใจแล้วลงบันไดไปชั้น 345 กันค่ะ มี Café หากใครอยากนั่งชมวิวพร้อมกินของว่างและเครื่องดื่ม หรือ ซื้อของที่ระลึกก็มี ลงต่อไปอีกตามป้าย Glass Floor ไปเลย ค่ะ ไปจุดที่พื้นกระจกใส มองไปให้เสียววาบ ดีนะ ที่แผ่นกระจกไม่กว้างมาก ไม่งั้นจะสยิวกว่านี้ฮ่ะฮ่ะ   แล้วก็ลงลิฟต์สู่ชั้นล่างกันค่ะ


ก่อนกลับห้องแวะชั้น 2 เป็นโซน Supermarket และอาหารสำเร็จรูป เราก็ซื้อกลับไปกินที่ห้องกันค่ะ ทักทายหุ่นยนต์สุดน่ารักของ Supermarket กันด้วย พูดได้ แนะนำอาหารเด่นของ Supermarket ได้ด้วยค่ะ 

จบวันที่ 4 แล้ว ลาไปด้วยภาพความประทับใจ อิอิ


มาต่อกันที่

เที่ยวโตเกียว 9 วัน ด้วยตัวเอง ตอนที่ 5 ลิ้งนี้ค่ะ https://www.nanareview.com/content/9455/tokyo-trip-part5-


*******************

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com