The Capital by Water Library

Last updated: Mar 7, 2015  |  1781 จำนวนผู้เข้าชม  |  ร้านอาหาร

The Capital by Water Library


The Capital by Water Library
เดอะแคปปิทอล บาย วอเตอร์ ไลบรารี

(Review Date : 28 February 2015)


วันนี้มาแนะนำร้านสวย ตกแต่งเก๋ เหมาะสำหรับทุกโอกาส
ในการมาทานอาหาร นัดเดท หรือ สังสรรค์ธุรกิจ
เป็นร้านในเครือของ Water Library อีกหนึ่งร้านค่ะ

ร้าน The Capital by Water Library
(เดอะแคปปิทอล บาย วอเตอร์ ไลบรารี)
Concept เป็นร้านสเต็กเฮ้าส์ ซีฟู้ดกริลล์ 
และบาร์ในใจกลางเมือง  การตกแต่ง
สไตล์ย้อนยุคของเมืองชิคาโกในปี 1930
ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากธนาคารสมัยเก่า


ตกแต่งด้วยพื้นหินอ่อนขัดเงาสีขาวดำ
ประตูห้องเซฟทรงกลม
และสะท้อนให้เห็นถึงความหรูหราฟู่ฟ่า
ของธนาคารในสมัยนั้น เสมือนฉากจากภาพยนตร์เรื่อง
Public Enemies ภายในร้านสามารถรับแขกได้ถึง 80 คน  





รวมไปถึงห้องไพรเวทสำหรับ 12 ท่าน อีกหนึ่งห้อง
มีจอทีวีเตรียมไว้สำหรับผู้ที่รักการเล่นหุ้น
เพราะคุณสามารถเช็คราคาหุ้นแบบเรียลไทม์ได้ที่นี่เลยค่ะ



แนวอาหารที่เสิร์ฟนั้นเน้นที่เนื้อนำเข้าจากทั่วทุกมุมโลก
ซีฟู้ดสดๆส่งตรงจากทะเลทุกวัน และเครื่องดื่มหลากหลายชนิด
สเต็กที่นี่ทำจากเนื้อแบบคลาสสิกใช้เทคนิคการย่าง
บนถ่านขาวบินโจตันของญี่ปุ่น และไม้ฮิกคอรี
เพื่อให้ได้อุณภูมิและรสชาติที่เข้ากันได้ดี
เชฟประจำร้านคือ เซบาสเตียน เชเฟอร์ ที่มีประสบการณ์สูง
ได้ร่วมงานกับเชฟจากร้านอาหารระดับดาวมิชลิน
จากหลากหลายประเทศ เชฟได้ใช้ความชำนาญ
ด้านอาหารนานาชาติ มาทำอาหารที่เดอะแคปปิทอล
บาย วอเตอร์ ไลบรารี ให้ออกมาลงตัวที่สุด

ดูตัวอย่างเมนูปกติกันค่ะ




อันนี้เป็น Set Lunch แบบคุ้มๆ
เสิร์ฟ 3 คอร์ส 790 บาท/ท่าน พร้อมชา/กาแฟ ค่ะ


เริ่มด้วย ขนมปัง Complementary ค่ะ
ขนมปัง Ciabatta Homemade ร้านนี้อร่อยหายห่วง
มาพร้อมเนยที่มีส่วนผสมของแครนเบอร์รี่และส้มยูสุ
ได้กลิ่นหอมอ่อนๆค่ะ


เครื่องดื่มแก้วแรก Pom Passion เป็นน้ำผลไม้ปั่น
(เสาวรส,ส้ม,มะม่วง,สัปปะรด) สดชื่นดี
รสกลมกล่อม ไม่มีรสไหนเด่นกว่ากันค่ะ ชอบเลย


Fresh Mojito อีกสักแก้วแบบไม่มีแอลกอฮอล์


และ มาร์ตินี่ สักแก้วค่ะ


ช่วงนี้มาร้านในเครือ Water Library ต้องสั่ง
เมนูพิเศษสำหรับคนรักเนื้อค่ะ
เป็นเนื้อ คามิชิกุ วากิว สั่งนำเข้าจากเมืองคาโกชิมา
ประเทศญี่ปุ่นโดยตรง
เมนูชื่อ Carpaccio of Japanese striploin with
salsa verde and micro herbs 550 บาท


เป็นเนื้อที่มีลักษณะนุ่มเบาในรสสัมผัส
เสิร์ฟกับซอสซัลซ่าที่มีพริกรสเผ็ดเบาๆ
ชิมแล้วมันอร่อยเลิศมากๆค่ะสำหรับคนรักเนื้อ


กลับมาต่อที่จาน Starter เป็น Maryland style crab cake 390 บาท
เป็นเนื้อปูม้า, แซลมอน, กุ้ง บดรวมกัน แล้วทอด 


โดยด้านล่างเป็นมายองเนสรสเผ็ดนิดๆค่ะ
รายล้อมด้วยผัก อร่อยทานง่ายค่ะ


อีกสักจานค่ะ เป็นสลัดที่มีไข่ต้ม
และตรงกลางเป็นพริกเม็กซิกันทอด
ทานรวมกัน แบ่งพริกกันคนละหน่อยนะคะ
เพราะเผ็ดเอาเรื่องอยู่ค่ะ


ต่อด้วย Soup เลือกเป็น Gumbo Soup 290 บาท
เป็นซุปทะเลที่มีทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยแมลงภู่
ทุกอย่าง สด และใหญ่ มีผักและข้าวด้วยค่ะ
จริงๆ ปริมาณ 1 ถ้วยนี้ทานได้ 2 คนเลยนะคะ


ต่อด้วย Main Course ค่ะ เนื้อเค้าเด่นต้องจัดไปค่ะ
จานแรก เป็น Kamichiku Wagyu เนื้อคามิชิกุ วากิว
นำเข้าพิเศษที่ได้ทานเป็นเมนูทานเล่นไปนั่นเองค่ะ
มาในรูปแบบสเต็ก A4 Striploin ราคา 1,100 บาท
โดยเสิร์ฟมาในแผ่นหินลาวาค่ะ


เนื้อที่นี่เค้าต้องการให้สัมผัสรสอร่อยของเนื้อชั้นดี
และรสชาติความอร่อยแบบธรรมชาติ
เค้าจะเสิร์ฟพร้อมเกลือ 3 ชนิดแบบนี้ค่ะ
สีขาวเป็นเกลือบริสุทธิ์จาก UK ,
สีแดงเป็นเกลือที่มีกลิ่นหอมของไวน์แดงอ่อนๆ
และสีน้ำตาลเป็นเกลือ Habanero Sea Salt
มีรสเผ็ดนิดๆ โดยนำไปอบกับซิการ์ให้มี
กลิ่นหอมที่แตกต่างค่ะ


พร้อมแล้วมาผ่าชิมกัน ความสุกกำลังดีเลย


สุดยอดของความนุ่ม รสเนื้ออร่อยแบบธรรมชาติจริงๆค่ะ
คนรักเนื้อห้ามพลาดค่ะ แทบไม่ต้องเติมสิ่งใดปรุงแต่งค่ะ
เนื้อเค้าอร่อยด้วยตัวเค้าเองเลย ส่วนเกลือ 3 สีเมื่อกี้
ก็สำหรับเสริมรสชาติได้ค่ะลองดู


อีกสักจาน เป็น Australia bone in Angus 990 บาท
มาแบบติดกระดูกเป็นเอกลักษณ์  


พร้อมแล้วก็มาผ่าชิมกันค่ะ


สุดยอดเช่นกันค่ะ ความนุ่มมากไม่ต่างกัน แต่ตัวนี้จะเด่นกว่า
จานแรกตรงที่มีกลิ่นเนื้อชัดขึ้น มีความมันมากกว่า
สัมผัสเนื้อชุมฉ่ำกว่า และมีส่วนติดกระดูกที่จะมีเนื้อสัมผัส
แบบติดมันและหนึบๆอยู่ด้วยค่ะ ก็แล้วแต่คนชอบนะคะ


โดยสเต็กสามารถเลือกสั่ง Side Dish ที่ทานกับสเต็กได้
มีให้เลือกเยอะเลยทั้งมันฝรั่งบด ผักต่างๆ
จานละ 150 บาท ค่ะ จัดไป


Signature ต้องมันบดค่ะ
สุดยอดความละเมียด ทานเพลินมากๆ


เห็ดอบ


หน่อไม้ฝรั่งอวบๆ ของชอบ


และดอกกะหล่ำอบชีส ทานอุ่นๆ ชุ่มฉ่ำชีส ชอบมากค่ะ


คือ จริงๆ ถ้ามาคนเดียวแล้วแนวรักสุขภาพcool
ดิฉันว่าสั่ง Side Dish มาทานสัก 2 จานก็จุกแล้วค่ะ
ปริมาณ ไม่น้อยเลย

อิ่มแล้วปิดท้ายด้วยของหวานกันค่ะ แนะนำ Banoffee 290 บาท 
รับประกันว่าอร่อยไม่เหมือนใคร ล่างสุดซอสช็อคโกแลตรสเข้ม
มีฐานบิสกิตช็อคโกแลต ต่อด้วยไอศกรีมวนิลาผสมกล้วย 1 ลูก
พร้อมคาราเมลซอส และท้อปปิ้งมาด้วยวิปครีมอู้ฟู่สีหม่น
เป็นวิปครีมรสกล้วย


ทานแล้วสัมผัสมันนุ่มสุดยอดค่ะ หวานหอม เย็นใจ
ใครชอบบานอฟฟี่ห้ามพลาดเด็ดขาดค่ะ


ปิดท้ายด้วยเครื่องดื่ม Complementary หลังอาหาร
ที่เสิร์ฟให้ฟรีทุกท่าน 
The Capital (Bourbon Whiskey , Lime Juice)
เสิร์ฟกับน้ำแข็งทรงกลม 


แอลกอฮอลล์ความแรงระดับกลางๆ
กลิ่นหอม รสชาติเย็นฉ่ำใจ
คุณสมบัติช่วยย่อยหลังอาหารด้วยค่ะ


enlightenedก็ถือเป็นร้านอาหารที่เน้นความอร่อยด้วยรสชาติแบบ
Original ของวัตถุดิบ ซึ่งเค้าคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง
จากทั่วโลกจริงๆ  ราคาสมน้ำสมเนื้อกับคุณภาพและปริมาณ 
พร้อมบรรยากาศร้านสวยหรู มีเอกลักษณ์
ขอบอกว่ายิ่งมืดยิ่งโรแมนติกจ้าheart
ใครชอบร้านแนวนี้ก็มาลองชิมกันค่ะ
เดินทางสะดวกมาก รถไฟฟ้าบีทีเอส สถานที่ช่องนนทรี
เดินเข้าตึก เอ็มไพร์ มาที่ชั้น 3 เลยค่ะ
 
The Capital by Water Library
(เดอะแคปปิทอล บาย วอเตอร์ ไลบรารี)
อาคารเอ็มไพร์ทาวเวอร์ชั้น 3 สาธรใต้ กรุงเทพฯ
เวลาให้บริการ วันจันทร์-เสาร์ 11.30-23.00 น.
Lunch Set Served 11.30-14.00 น.
โทร 0-2286-9548
www.waterlibrary.com




 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com