Myanmar Trip Part 1

Last updated: Jan 2, 2018  |  764 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว

Myanmar Trip Part 1

พาไปเที่ยวกันอีกแล้วค่ะ คราวนี้ขอลองไปเที่ยว พม่า / Myanmar สักครั้ง ทริปของเราสั้นๆ แต่เก็บที่เที่ยวในย่างกุ้งและหงสาวดีได้ครบ แน่นอนว่าต้องหาทัวร์ที่ถูกใจในราคารับได้ค่ะ เพื่อนหาให้ จ่ายไปคนละ 10,000 บาทถ้วน รวมทิปไกด์และอาหาร 4 มื้อ ไปเช้าวันเสาร์ กลับ ค่ำวันอาทิตย์ ไม่ต้องลางานด้วย ดีตรงนี้!!! พร้อมแล้วไปกันเลยจ้า

 คลิกรับชมทริปเที่ยวพม่า 2 วัน รูปแบบคลิปวีดีโอ

 



วันแรก

เดินทางแต่เช้ามืด ขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง  เราก็ขอแวะไป King Power Lounge ดอนเมือง  ซะหน่อย ได้ข่าวว่าพึ่งเปิดไม่นาน ประมาณ เดือน ก.ย.60 นี้เอง อยู่บริเวณใกล้กับทางออกที่รับสินค้า และ ติดกับจุด Shopping ของ King Power ทางไป Gate 20 ค่ะ ถ้าหาไม่เจอสอบถามพนักงานเลยค่ะ

ก่อนเข้าก็แสดงบัตรสมาชิก หรือ บัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมหนังสือเดินทางของท่านได้เลยค่ะ

จัดไปให้อิ่มท้องไว้ก่อน เครื่องดื่ม แซนวิช ราดหน้าทะเล ซาลาเปา โจ๊ก น้ำดื่ม ชา กาแฟ จ้า


พร้อมแล้วขึ้นเครื่องกัน

เราเดินทางด้วย สายการบินนกแอร์

แค่ 1 ชั่วโมงเอง เหมือนไปเชียงใหม่เลย ถึงแล้ว

สนามบินมิงกลาดง Yangon International Airport / สนามบินย่างกุ้ง

(ภาษาอังกฤษเค้าออกเสียงว่า ยางกอน อิอิ บ้านเราเรียก ย่างกุ้ง กันมาตลอดเลย)

*เวลาท้องถิ่นที่ประเทศพม่า ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมงนะคะ



ไปพม่าจะให้อินเทรนด์ ใส่ผ้าถุงนะคะ และรองเท้าแตะดีที่สุด เพราะทุกวัดที่ไปเที่ยวห้ามใส่รองเท้า ถุงเท้า ถุงน่องค่ะ นั่นแน่มีคนมองแฟชั่นผ้าถุงเราด้วย อิอิ



*ก่อนเข้าวัดของพม่า ทุกวัด จะมีป้ายนี้ทุกวัดค่ะ

แนะนำการแต่งกายให้เหมาะสม เพราะฉะนั้นเตรียมตัวกันให้พร้อมนะคะ

โดยเฉพาะสุภาพสตรี ห้ามใส่เกาะอก ห้ามใส่สายเดี่ยว ห้ามใส่เสื้อคอกว้าง ห้ามใส่เสื้อเอวลอย ห้ามใส่กระโปรงสั้น ห้ามใส่กางเกงขาสั้น ห้ามใส่รองเท้า ห้ามใส่ถุงเท้า ค่ะ

 

ไปถึงผ่าน ตม. เรียบร้อย คณะทัวร์มารอรับขึ้นรถบัสออกจากสนามบินแล้วไปต่อเลยค่ะ



บนรถบัส ไกด์ท้องถิ่น พูดไทยได้คล่องมาก ก็มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวคร่าวๆ และให้เราแลกเงินค่ะ 600 บาท แลกได้ 21,000 จ๊าด ค่ะ เรทแพงนิดหน่อยแต่ชัวร์มาก เพราะเค้าจะแลกธนบัตรใหม่เอี่ยมมาให้ รู้ใจคนไทยสุดๆ 

 
เดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (อ่านออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า หานตาวดี) ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bago หรือ Pegu ในอดีตเคยเป็นเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของชาวมอญและมีอายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากเมืองย่างกุ้งประมาณ 80 กม. (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

แล้วเราก็มาถึง

พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว (พระนอนยิ้มหวาน) Shwethalyaung Buddha

กราบนมัสการ พระพุทธรูปนอนที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของพม่า



*ปล.ถอดรองเท้าเดินนะคะ เดินเท้าเปล่าตั้งแต่ลงรถบัสเลยค่ะ ดังนั้นท่านควรเตรียมถุงพลาสติกไว้ใส่รองเท้าตัวเองแล้วถือไปค่ะ หรือ ถ้าไม่กลัวหายก็ถอดไว้หน้าวัดได้ค่ะ


ไปต่อกันที่

เจดีย์ไจ๊ปุ่น (Kyaik Pun Pagoda)

สร้างในปี 1476 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ สูง 30 เมตร

 

*แน่นอนว่าเมื่อเที่ยวไป 2 จุด ใต้ฝ่าเท้าคุณจะดำมาก ไกด์ก็แจกทิชชู่เปียกเป็นระยะๆ ถ้าสะดวกพกไปเองบ้างก็ดีนะคะ



ไปต่อค่ะ

เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือ พระธาตุมุเตา (Shwemawdaw Pagoda) 

ที่ตั้งตระหง่านโดดเด่นอยู่ใจกลางเมืองหงสาวดี เก่าแก่กว่า 2,600 ปี ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดของชาวพม่า

เจดีย์ใหญ่จริงๆ ที่ฐานเจดีย์มีทางเดินกว้างขวางแบบนี้เลย


 

นอกจากตัวเจดีย์หลักแล้ว ชาวพม่าและนักท่องเที่ยวต่างมานมัสการ ยอดเจดีย์หักซึ่งชาวมอญและชาวพม่าเชื่อกันว่าเป็นจุดที่ศักดิ์สิทธิ์มาก จึงนำธูปไปค้ำกับยอดของเจดีย์องค์ที่หักลงมาเพื่อเป็นสิริมงคล ซึ่งเปรียบเหมือนดั่งค้ำจุนชีวิตให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปค่ะ แบบนี้เลย เอาธูปไปค้ำกันค่ะ

 

ได้เวลาหิว เที่ยงแล้ว ไปที่ ร้านเจ้าสัว

เป็นภัตตาคารที่ดังที่สุดของเมืองหงสาวดี ค่ะ จัดเต็มอาหารถูกปากชาวไทยมาก กุ้งแม่น้ำหงสาวดี อร่อย ง่ะ ตัวใหญ่เด้งๆ

ที่ติดใจอีกเมนูก็เนื้อปลาช่อนจานนี้ค่ะ ราดพริกแห้งและหอมเจียวมาเด็ดมาก

 

   
อิ่มแล้วไปต่อที่

พระเจดีย์แฝดวัดโจงตู  เมืองวอ / Waw City

หรือเดิมชื่อ กอแวง อยู่ห่างจากเมืองหงสาวดี ประมาณ 40 กม. ข้อมูลจากหนังสือตำนานสมเด็จพระนเรศวร สันนิษฐานว่าจุดนี้ คือ "เมืองแครง"

 

ซึ่งหลังเจดีย์แฝดนี้ มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นจุดที่ สมเด็จพระนเรศวร หลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพค่ะ

 

ต่อไปจะเดินทางไปพระธาตุอินทร์แขวนนะคะ

ผ่าน แม่น้ำสะโตง Sittoung River  กว้างมากทีเดียว

 

ถึงท่ารถจุดนี้เรียกว่า คิ้มปูนแค้มป์ (Kimpun Camp) เราต้องเปลี่ยนไปขึ้นรถ 6 ล้อ ที่ถูกดัดแปลงเป็นพาหนะสำหรับขึ้นพระธาตุอินทร์แขวน ค่ะ แจ้งไกด์จ้างแบกกระเป๋าค่ะ ไปกลับ เทียบเป็นเงินไทยแล้ว 100 กว่าบาท จ่ายเพิ่มไป ไม่ต้องแบกเองค่ะ บนรถ 6 ล้อ ไต่ภูเขาสูง กรี๊ดกร๊าด หวาดเสียวกันไป อากาศเย็นๆ สัมผัสได้ค่ะ ประมาณ 45 นาที  

แล้วเราก็มาถึงท่ารถ ผู้คนพลุกพล่านมากทั้งชาวพม่าและนักท่องเที่ยว  ขึ้นมายากขนาดนี้ ชาวพม่าเค้าไม่รู้สึกว่ายากลำบากเลย สุดยอดอ่ะ

 

สำหรับท่านผู้สูงอายุ หรือ ท่านที่ไม่อยากเดิน หรือ มีปัญหาสุขภาพขาไม่ไหว จ้างแบกได้นะคะ ระยะจากท่ารถตรงนี้เดินไปถึงประธาตุอินทร์แขวนประมาณ 1 กิโลเมตรกว่าๆค่ะ


เดินต่อค่ะ แวะซื้อบัตรผ่านประตูกันก่อนค่ะ ไกด์จัดการให้



เดินต่อไปจุดแรกจะถึงโรงแรมแรก บางคนพักที่นี่ค่ะ โรงแรม Kyaik Hto Hotel



เราเดินต่อค่ะ ระหว่างทางอาหารการกินริมทางก็ประมาณนี้นะคะ



ถึงแล้วค่ะ เห็น พระธาตุอินทร์แขวน ไกลลิบๆ



เดินไปเรื่อยๆ จะเจอลานขนาดใหญ่ ชาวพม่าเยอะมาก  ยังทะยอยขึ้นมาบนนี้กันตลอด เริ่มมาจับจองพื้นที่กันค่ะ ระหว่างทางก็มีชาวพม่ามาขายพระธาตุอินทร์แขวนจำลอง และกระดิ่งไว้ไปขอพรแล้วถวายค่ะ



เดินผ่านไปจนสุด เจอบันไดลงไปจะเจอโรงแรมที่เราพักค่ะ

YOE YOE LAY Hotel / โรงแรม โยโยเล

จัดว่าเป็นโรงแรมที่สะดวกที่สุด

ติดกับพระธาตุเลยค่ะ มีห้องพักเยอะ วิวก็สวยงาม อากาศดีมาก

 

 

คลิกรับชม Yoe Yoe Lay Hotel รูปแบบคลิปวีดีโอ

 



สภาพห้องแบบนี้จัดว่าดีที่สุดบนนี้แล้วจ้า


 

ได้เวลาอาหารเย็น เราก็ไปรับประทานที่ห้องอาหารโรงแรมกันค่ะ รวมอยู่ในโปรแกรมแล้วไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ประทับใจมากกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ราดซอสพริกเผาอร่อยง่ะ ผัดกระเพราหมูก็ดีงามใช้ได้ อิ่มแปล้เลย


 

หัวค่ำพอดี เราเดินกลับไปชมพระธาตุ ทำบุญ สวดมนต์และถ่ายรูปเก็บบรรยากาศค่ะ

 

คลิกชมการขึ้นพระธาตุ์อินทร์แขวนและบรรยากาศในคลิป

 

 

พระธาตุอินทร์แขวน Kyaikhtiyo Pagoda (Golden Rock)

หรือก้อนหินทอง ซึ่งถือเป็นหนึ่งสิ่งสักการะสูงสุดของชาวพม่า เป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผา แต่ชาวพม่ามักยืนกรานว่าไม่มีทางตก เพราะพระเกศาธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่บรรจุอยู่ภายในพระเจดีย์องค์ย่อมทำให้หินก้อนนี้ทรงตัวอยู่ได้อย่างสมดุลเรื่อยไป ชาวพม่าตอนนี้ก็จับจองกันเต็มพื้นที่เลยจ้า แน่นมาก ด้วยแรงศรัทธาจริงๆ 

 

ซึ่งบริเวณพระธาตุเปิดตลอดคืน แต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษที่เข้าไปปิดทององค์เจดีย์เปิดถึงเวลา 22.00น. ส่วนสุภาพสตรี สามรถอธิฐาน และฝากสุภาพบุรุษเข้าไปปิดแทนได้นะคะ  อีกอย่างคือการซื้อกระดิ่งบูชา ไปแขวนไว้ค่ะ เนื่องจากเชื่อว่าการที่ใครได้ยินเสียงกระดิ่งเป็นการบอกบุญให้กับคนทั่วไปด้วยน่ะค่ะ


 
ไกด์เล่าให้ฟังว่านี่วันหยุดธรรมดาคนพม่าก็จะขึ้นมาสวดมนต์มากิน มานอนบนนี้กันเลย ที่เห็นแน่นขนาดนี้ก็เพราะความศรัทธาจริงๆ โดยเฉพาะวันสำคัญทางพุทธศาสนา ไกด์บอกไม่ต้องมาเที่ยวนะพี่ ขึ้นมาแน่นกว่านี้ ที่เดินยังไม่มีเลยมีแต่คน หืมมม


ก็จบทริปวันแรกแล้ว ด้วยการเดินกลับมาหน้าโรงแรมแล้วช็อปปิ้งแถวหน้าโรงแรมอีกนิดหน่อย ดูบรรยากาศการค้าขายของคนพม่าเพลินๆ แล้วก็มาเดินสูดอากาศดีๆ ที่ระเบียงโรงแรมค่ะ


ไปเที่ยวพม่ากันต่อ วันที่ 2 ที่ลิ้งนี้เลยค่ะ >> https://www.nanareview.com/content/9578/myanmar-trip-part-2


*********************

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com