Guangzhou 2012

Last updated: Sep 15, 2013  |  7182 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

Guangzhou 2012


เที่ยวกวางโจว  28-30 พ.ย. 2555 เที่ยวสนุก ช้อปสนั่น อาหารหอเจ๊าะ หอเจี๊ยะ

เริ่มด้วยทริปย่อก่อนค่ะmail
วันที่ 1
16.00 น. ถึงสนามบินดอนเมือง ฝากกระเป๋าแล้วไปหาข้าวทาน
17.00 น. เข้า Gate ซื้อของที่ King Power
20.00 น. ออกเดินทางด้วยเที่ยวบิน FD 2532
24.00 น. ถึงสนามบินกวางโจว รับกระเป๋า
00.45 น. ขึ้นรถบัสออกจากสนามบิน
01.20 น. ถึงป้ายรถบัสสถานี Haizu Square
01.45 น. เช็คอิน Grand Continental Service Apartment
02.00 น. ออกมาซื้อน้ำที่ร้านค้าแล้วกลับไปพักผ่อน

วันที่ 2
9.30 น. ไปที่ชั้น 8 ทานติ่มซำที่ร้าน Four Season Restaurant
10.30 น. ออกเดินทางไปเที่ยวด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน
11.30 น. เดินชม Sun Yat-Sen Memorial Hall, Sun Yat-Sen Institue และอนุสาวรีย์ 5 แพะ
13.30 น. เดินชมพิพิธภัณฑ์ The museum of the Nan Yue King
14.30 น. เดินทางไปสถานีรถไฟกวางโจวไปเดินห้างหงเหมียนดูสินค้าและ shopping เสื้อผ้า/เครื่องประดับ
17.30 น. เดินทางมาถึงย่านถนนซางเจี่ยลู่ ถนน shopping
20.30 น. เดินทางกลับมาแวะทานบะหมี่ใกล้ที่พัก
21.00 น. กลับถึงที่พัก

วันที่ 3
8.00 น. ออกเดินทางไปถ่ายรูปตึก Citic Plaza
10.00 น. ขึ้นชม Canton Tower
11.00 น. ทานอาหารที่ร้าน Chopstix
12.00 น. เดินเล่น One Link
14.00 น. เดินเล่น Bin Bin Plaza และย่านขายรองเท้า
15.30 น. ทานข้าวร้าน Choikee Eating House
16.00 น. เดิน Jewelry Market
17.30 น. เดินกลับที่พัก เก็บกระเป๋า
19.00 น. เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินไปสนามบิน
20.30 น. ถึงสนามบิน ซื้อของฝาก หาอะไรรองท้อง
21.00 น. ฝากกระเป๋า ผ่านตม.
22.50 น. ถึง Boarding Area
23.15 น. เดินทางกลับด้วยเที่ยวบิน FD 2533
02.00 น. กลับถึงสนามบินดอนเมือง

ทีนี้มาต่อด้วยทริปละเอียดกันเลยค่ะ

วันที่ 1
ไปถึงสนามบินดอนเมือง Drop กระเป๋า แล้วเดินขึ้นบันไดเลื่อนทางซ้ายมือไปทานข้าวร้าน The Noodle เซตข้าวหมูแดง+ซุปเกี๊ยวกุ้ง 159 บาท น้ำเปล่า 20 บาท มี Service Charge อีก 10% รสชาติข้าวหมูแดงพอใช้ได้ ซุปเกี๊ยวค่อนข้างจืดไม่อร่อยอ่ะ



แล้วก็เดินผ่านตม. เข้าไป Shopping ที่ King Power แทบไม่มีโปรโมชั่นอะไรน่าสนใจ (ซื้อของที่ดอนเมืองตอนนี้ยังไม่สามารถฝากของแล้วมารับขาเข้าได้นะคะ ถ้าซื้อแล้วต้องถือขึ้นเครื่องไปด้วย ใครจะซื้อเยอะก็เผื่อพื้นที่ในกระเป๋าตอนแบกกลับเข้ามาด้วยค่ะ)  ซื้อของให้เพื่อน แล้วก็เดินต่อไปที่ Gate นั่งอ่านหนังสือรอ เครื่องออกช้ากว่าเวลาเกือบ 1 ชั่วโมง ออกเดินทางประมาณ 2 ทุ่ม หิวอีกจนได้ จัดไปมาม่าคัพ 1 ถ้วย บนเครื่อง AirAsia


ได้งีบเล็กน้อย รวมประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงสนามบิน Baiyun Airport เวลาที่กวางโจวเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมงค่ะ ลงเครื่อง ผ่านตม. รับกระเป๋า แลกเงินมาก่อนล่วงหน้าแล้ว ก็คิดง่ายๆค่ะ 1 หยวนเท่ากับ 5 บาท  เสร็จจะเที่ยงคืนพอดีเดินไปดูรถไฟฟ้าเผื่อยังมีแต่ว่าปิดแล้วค่ะ (ระยะเวลาเดินรถของรถไฟฟ้าจากสถานีสนามบิน 6.10-23.00 น.) เราต้องออกจากสนามบินด้วยทางอื่น เดินหลงในสนามบินอยู่พักใหญ่


เดินถามเจ้าหน้าที่เลยเอาใบจองห้องพักของ Agoda ที่ปริ้นมาให้เค้าอ่านมีทั้งที่อยู่ภาษาอังกฤษและภาษาจีน เค้าเลยบอกให้เดินออกไปขึ้นรถบัส ออกไปเจอรสบัสหลายป้ายหลายสาย ก็เลยเอาใบจองโรงแรมใบเดิมถาม เค้าบอกให้เดินไปขึ้น สาย 5 ลงป้าย Haizu Square โชคดีจริงๆทันรถบัสเที่ยวสุดท้ายออกประมาณเที่ยงคืน 40 นาที ไม่งั้นคงต้องหาที่นอนที่สนามบิน  รถออกแล้ววนรับผู้โดยสารชั้นอื่นของสนามบินประมาณ 3 จุด แล้วจึงออกจากสนามบิน พนักงานเดินมาเก็บเงินค่ารถเราคนละ 21 หยวน


รสบัสปรับอากาศสะอาด ใหม่ นั่งสบายเลยค่ะ ระยะเวลาประมาณ 30 นาที เราก็เข้าสู่ตัวเมืองดูวิวไปจอดประมาณ 3 ครั้ง ถึงแล้วป้ายสุดท้ายสถานี Haizu Square ทุกคนลงหมด ฝนก็ตกพรำๆ ทำไงดี ลงมาแล้วไม่รู้จะไปต่อยังไง เดินต่อก็ไม่รู้ไกลแค่ไหนหรือถูกทิศหรือไม่ ตัดสินใจข้ามถนนไป เบื้องหน้าเป็นอนุสาวรีย์ของใครซักคนก็ไม่ทราบ อยู่บริเวณหน้าห้างอะไรก็ยังไม่รู้ (มารู้วันที่สองว่าคือ Bin Bin Plaza) ตอนนี้ไม่รู้อะไรเลย


ตัดสินใจถามหนุ่มสาวแถวนั้นที่ยังพอมีให้ถาม ถามพ่อหนุ่มชาวกวางโจวใจดี หน้าตาก็ดี หุหุ ถามไปเค้าก็ไม่รู้จักที่พักเรา เลยเอาใบจองโรงแรมใบเดิมให้เค้าดู เค้าก็ว่ามันคงอยู่แถวนี้เลยตัดสินใจช่วยเราด้วยการเรียกแท็กซี่แล้วให้แท็กซี่อ่านที่อยู่โรงแรม  ถามราคาแท็กซี่ให้เสร็จสรรพ แท็กซี่บอกเอา 20 หยวน หรือ 100 บาท เอาก็เอา ดึกแล้ว ไม่มีทางเลือก แล้วพ่อหนุ่มใจดีก็ช่วยเรายกกระเป๋าขึ้นท้ายรถแท็กซี่ด้วย ขอบคุณมากจริงๆ คนกวางโจวนี่น่ารักมากค่ะ แท็กซี่ก็วิ่งอ้อมอนุสาวรีย์ไปเพราะตรงไม่ได้ปิดทำถนน จริงๆก็แค่เดินตรงไปอีก 300 เมตร เท่านั้นเอง แท็กซี่ส่งลงหน้าที่พัก ถูกที่ด้วยรอดตายแล้วคืนนี้ Grand Continental Service Apartment


แล้วก็ลากกระเป๋าเข้าไปเช็คอิน พร้อมหนังสือเดินทาง เค้าเก็บมัดจำ 300 หยวน เอาใบรับเสร็จมารับเงินคืนวันเช็คเอาท์ได้ค่ะ หันหน้าเข้าเคาน์เตอร์เช็คอินเลี้ยวขวาขึ้นลิฟท์ไปเลยพักชั้น 34 ห้อง 3418 เอากระเป๋าขึ้นไปเก็บพร้อมสำรวจห้องพัก  ห้องพักขนาดมาตรฐาน ค่อนข้างกว้างทีเดียวค่ะ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ดูดี มีผ้าห่มให้เราด้วยคนละ 2 ผืน สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ผ้าเช็ดตัว อุปกรณ์ในห้องน้ำ ไดร์เป่าผม ตู้เย็น มีไมโครเวฟ มีเคาน์เตอร์เล็กๆ เผื่อเราทำอะไรทานด้วย จองมาด้วยราคาแบบไม่รวมอาหารเช้า มี wifi free ขอรหัสที่เคาน์เตอร์เช็คอินได้ค่ะ แต่ใช้ได้เฉพาะบริเวณ Front นะคะ บนห้องพักใช้ไม่ได้ 



ก็ราคาประหยัดใช้ได้เลยค่ะที่นี่ จอง Grand Continental Service Apartment กับ Agoda คลิก-->>

สำรวจห้องเสร็จแล้วไม่มีน้ำดื่มงั้นต้องลงไปซื้อซักหน่อย  ข้ามฝั่งไปเจอร้านขายของข้างทางมีแท็กซี่จอดซื้อของอยู่ก็ซื้อเลยไม่อยากเดินไกลไปหา 7 Eleven ได้น้ำกับมาม่าคัพขึ้นมาเก็บไว้ประทังชีวิต

อาบน้ำนอนเอาแรงก่อนค่ะคืนนี้ ค่อนข้างหนาวทีเดียวคืนนี้ประมาณ 16 องศาเซลเซียส


วันที่ 2
ตื่นเช้ามาเกือบ 9 โมง มองผ่านกระจกห้องพักไป  อืมม สวัสดียามเช้าเมืองกวางโจว อากาศดีมีแดดอ่อนๆ โชคดีจริงๆที่วันนี้ฝนไม่ตก อากาศก็เย็นสบายประมาณ 18 องศาเซลเซียส


แล้วเราก็อาบน้ำอาบท่า เสร็จเรียบร้อยลงลิฟท์ ไปขึ้นลิฟท์อีกข้างหนึ่งของเคาน์เตอร์เช็คอินเพื่อขึ้นไปห้องอาหารชั้น 8 คือร้าน Four Season Restaurant นั่นเองมีคุณน้องที่ทำงานเคยมาเที่ยวแนะนำที่พักที่นี่และแนะนำว่าร้านนี้อร่อย (ขอขอบคุณผู้แนะนำมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)


ลักษณะเป็นภัตตาคารจีน ยังถือเป็นมื้อเช้าอยู่ ตายละมีแต่ภาษาจีน รูปก็มีน้อย พนักงานก็ไม่ถนัดภาษาอังกฤษซักคนนอกจากระดับหัวหน้า นานๆจะเดินมาที ไม่เป็นไร ก็ชี้รูปทีพอมีให้ดูนั่นแหละค่ะ


แล้วเค้าก็มาเสิร์ฟ มีฮะเก๋ากุ้ง กุ้งเต็มๆ คำ เสี่ยวหลงเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง ฟองเต้าหู และปิดท้ายด้วย ทาร์ตไข่ อร่อยจริงๆด้วยค่ะร้านนี้  หอเจ๊าะ หอเจี๊ยะ



มื้อนี้หมดไป 103 หยวน หรือ ประมาณ 500 บาท กับติ่มซำคุณภาพ รสชาติอร่อย ก็ไม่ได้แพงเกินไปนะคะ  อิ่มแล้วออกไปเที่ยวกัน นี่คือบริเวณหน้าที่พักเรายามสายค่ะ


ออกจากที่พักเลี้ยวขวาเดินไปเรื่อยๆ ประมาณ 300 เมตร เจอ Guangzhou Hotel เลี้ยวขวาตรงหัวมุมด้านหน้าโรงแรมนี้มีทางลงบันได(ฝั่งตรงข้ามก็เป็นอนุสาวรีย์บุคคลผู้นี้ที่เมื่อคืนเราลงรสบัสแล้วงงนั่นเอง) ลงไปเจอสถานีรถไฟฟ้าที่นี่เค้าเรียกกันว่า Metro


จุดนี้คือสถานี Haizu Square เราก็ไปซื้อตั๋วที่ห้องขายตั๋วกันเป็นบัตรเดินทางคล้ายๆที่ฮ่องกง ถ้าใช้ไม่หมดสามารถนำมารับเงินมัดจำคืนได้ ค่าบัตร 50 หยวนต่อคนค่ะ เวลาเดินทางสังเกตุดูก็ถูกตัดค่าบัตรไปประมาณ 1.2-1.9 หยวนค่ะ ซื้อบัตรได้แล้วเราก็ลงไปขึ้นรถไฟฟ้าเลยค่ะ


เราจะไปเที่ยว Sun Yat-Sen Memorial Hall กันเป็นรถไฟสายสีฟ้าสีเดียวกัน


ลงสถานี Sun Yat-Sen Memorial Hall ค่ะ ดูตามป้ายทางออกที่ Exit C ค่ะ โผล่ขึ้นมาข้ามถนนมาเจอรั้วเลย ผ่านประตูเข้าไปก็จะมีส่วนจัดแสดงนิทรรศการ ก็คงเป็นประวัติของ ดร.ซุนยัดเซ็น ค่ะ ไม่สามารถอ่านได้เพราะเป็นภาษาจีนล้วนๆ


แล้วก็เดินไปด้านหน้าอาคารนี้ค่ะ มีรูปปั้นของ ดร.ซุนยัดเซ็น เก็บภาพสวยๆ มีคนมาเที่ยวเยอะพอสมควร แล้วก็เดินเข้าไปด้านหน้าทางเข้าอาคารมีจุดขายตั๋ว


เดินเข้าสู่ตัวอาคารค่าตั๋วถ้ารวมเที่ยวอาคารอื่นแถวนี้ด้วยก็จะมีราคาเป็น Package รวมแล้วจะถูกกว่า แต่เราคิดว่าคงไม่ได้ไปอีก 2 อาคาร เลือกจ่ายเฉพาะค่าตั๋วที่นี่ก็คนละ 10 หยวน หรือ 50 บาท ค่ะ ภายในเป็นหอประชุมสถาปัตยากรรมแบบเก่าที่น่าทึ่งเพราะไม่มีเสาตรงกลางเลยซักต้น


บริเวณทางเดินชั้นบนก็เป็นประวัติเกี่ยวกับที่นี่และประวัติ ดร.ซุนยัดเซ็น เป็นภาษาจีนล้วนค่ะ อ่านไม่ออก


เก็บภาพแล้วก็เดินต่อไปถามหาอนุสาวรีย์ 5 แพะ เค้าบอกให้เดินออกประตูข้างไปถนนด้านหลังทีนี้ก็จะเจอสวนสาธารณะให้เดินเข้าไป เราก็ทำตามที่เค้าบอกค่ะ เจอทางเข้าแล้วเห็นป้ายชี้ให้ขึ้นไปฟรีค่ะ


ขึ้นบันไดเป็นร้อยขั้นเลย เดินไปพักไป อากาศเย็นๆก็เป็นเหงื่อซึม ขึ้นมาสูงเหมือนกันแต่ผู้สูงอายุบ้านเค้าเดินกันได้เราก็ต้องเดินได้


จุดแรกเจอป้ายแล้ว ขอตรงขึ้นไปก่อน ไปดูอนุสาวรีย์ ดร.ซุนยัตเซ็น หรือ Sun Yat-Sen Monument ก่อนค่ะ



แล้วก็ลงมาไปตามป้าย Statue of The Five Goats กันต่อค่ะ ทีนี้ค่อยยังชั่ว เดินลง พร้อมบรรยากาศต้นไม้สดชื่น


แล้วก็เจอป้ายแผนผังตรงทางขึ้นอนุสาวรีย์ 5 แพะ จริงๆ เราเดินอ้อมจากประตูทางเข้าด้านหน้ามาข้างๆ เราก็ไม่ต้องเดินขึ้นบันได 100 ขั้นก็ได้ (ก็แนะนำสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ  หรือผู้มาท่องเที่ยวที่ ต้องการประหยัดเวลาและประหยัดกำลังขา นะคะให้เดินเข้าสวนประตูด้านตะวันตกถึงอนุสาวรีย์ 5 แพะ เลยค่ะจะได้ไม่เมื่อยขา)


จุดอนุสาวรีย์ 5 แพะ นี้ก็เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกวางโจวที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาถ่ายรูปกันเยอะเลยค่ะ ที่มาตำนานเล่าขานว่าในอดีตกาลเกิดทุกข์ภัยเทวดาได้ส่งแพะ 5 ตัว มาช่วยบรรเทาความทุกข์ของชาวกวางโจว  ประชาชนเกิดศรัทธาเลื่อมใสจึงได้รับการเคารพสักการะเชิดชูเป็นเมือง 5 แพะ ค่ะ นั่งเก็บภาพจุดนี้ซักพักเราก็เดินออกมาทางประตูที่ใกล้ที่สุดเป็นประตูทางทิศตะวันตกของสวนนี้ค่ะ



แล้วเราก็ข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามแล้วเดินไปทางขวาผ่าน SPD Bank ไปก็จะเจออาคารสีอิฐแดง แสดงว่าถึงแล้วค่ะ The Museum of The Nan Yue King หรือ อัครสุสาน ค่าเข้าชมคนละ 12 หยวน เปิดเวลา 9.00-17.30 น.


ซึ่งเป็นที่จัดแสดงของสมบัติที่ขุดค้นพบ มีห้องหมอนเซรามิคซึ่งบ่งบอกฐานันดรของผู้ใช้แต่ละยุคแต่ละสมัย  รูปปั้นจำลองการใช้ชีวิตของคนจีนสมัยก่อนและ ในช่วงเส้นทางสายไหม



เดินขึ้นไปชั้นบนสุดมีส่วนเชื่อมต่อไปยังพิพิธภัณฑ์แสดงสมบัติของกษัตริย์เยี่ยหวาง และมีมัมมี่ขององค์กษัตริย์อยู่ที่นี่ด้วยค่ะ


ซึ่งวีดีทัศน์ได้บอกเล่าข้อมูลในการทำมัมมี่ของกษัตริย์อย่างปราณีตด้วยความเชื่อโดยใส่แผ่นหยกเป็นชั้นๆ ในแต่ละส่วน พร้อมทั้งข้าวของเครื่องใช้ต่างๆตามราชประเพณีที่ต้องใส่ลงไปค่ะ





ส่วนอื่นก็จัดแสดงอาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้สมัยก่อนค่ะ ที่นี่มีป้ายบรรยายเป็นภาษาอังกฤษค่ะทำให้พอจะรู้เรื่องราวกับเค้าบ้าง 


ชมเสร็จแล้วเราก็เดินออกประตูหน้าที่เข้ามาแล้วเลี้ยวไปทางซ้ายแวะกินของว่างใน 7-Eleven เติมพลังนิดหน่อย


เดินต่อไปอีกนิดก็จะเจอกับรถไฟฟ้า สถานี Yuexiu Park เราลงไปเพื่อเดินทางต่อไปอีก 1 สถานี ไปลงที่สถานี Guangzhou Railway Station ออก Exit A
ถึงแล้วค่ะสถานีรถไฟกวางโจว ด้านหน้าสับสนวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าค่ะ




ตามแผนผังทางออกแล้วเราก็ข้ามถนนมาที่จุดทางออกรถไฟ D4 เดินตามผู้คนไปเจอห้างหงเหมียน ที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นสวยงาม ก็คึกคักกันชั้น 1-3 ส่วนชัั้นบนเดินไปสำรวจก็เป็นร้านขายส่งแต่คนไม่เยอะ สินค้าสวยงามน่าซื้่อไปซะหมดแต่ต้องซื้อจำนวนมากถึงจะได้ราคาถูก


แล้วเราก็เดินทะลุด้านหลังไปเจอตลาดเครื่องประดับ รองเท้า กระเป๋า ก็สวยงามละลานตาเช่นกัน ต่อรองด้วยการกดเครื่องคิดเลข ได้ของมาพอสมควรในราคาที่พอใจ 


แล้วเราก็เดินกลับมาที่จุด D4 เดินทางออกจากสถานี Guangzhou Railway Station ไปเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีเหลืองที่สถานี Gongyuanqian เพื่อเดินทางต่อไปลงสถานี Changshou Lu หรือ ซางเจี่ยลู ถนน Shopping จริงๆ เราควรจะออก Exit A เพราะตรงกับชื่อสถานี แต่มองแล้วเห็นชื่อห้างเยอะเลยออก Exit D1 Xiajiulu Pedestrain Street ขึ้นมาก็เจอห้าง Heng Bao Plaza ก็เดินตามผู้คนไปทางซ้ายมือ ไปเรื่อยๆ


ตลอดสองข้างทางมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่น และเสื้อผ้าแบรนด์เนมของบ้านเค้าจำหน่ายละลานตา สวยน่าซื้อไปหมด จนเลือกไม่ถูก ต่อราคาได้อีกตะหาก ก็เลือกซื้อกันอย่างเพลิดเพลิน เจอทางแยกก็ดูป้ายเดินไปทางป้ายที่ชี้ไปถนน Xia Jiu Lu เดินมาไกลจนถึงหน้าโรงแรม Holiday Inn ฝนก็เริ่มปรอยเบาๆ นี่ก็สองทุ่มกว่าแล้วเห็นสมควรแก่เวลาเดินกลับไปทางเก่าเพื่อขึ้นรถไฟฟ้ากลับ



ก่อนถึงสถานีเห็นคนซื้อผลไม้กันแวะซื้อกลับมาทานที่ห้องพักซักหน่อยค่ะ


ขึ้นรถไฟฟ้ามาเปลี่ยนขบวนจากสีเหลืองเป็นสีฟ้าที่สถานี Gongyuanqian เช่นเดิม แล้วต่อสายสีฟ้ามาลงสถานี Haizu Square เลือกทางออก Exit B1 เพราะกะจะสำรวจห้าง Onelink แต่พอโผล่ขึ้นไปมืดแล้วฝนก็ปรอยแล้วก็ไม่รู้ว่าต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน จึงตัดสินใจข้ามถนนไปยังหน้าโรงแรม Guangzhou Hotel แล้วเดินมุ่งหน้าต่อกลับที่พัก ระหว่างทางเจอร้านบะหมี่ร้านนี้แวะเข้าไปทานกันค่ะ


ชี้ตามรูปเช่นเคย บะหมี่เกี๊ยวกุ้งชามละ 11 หยวน น้ำมะม่วงปั่นแก้วละ 10 หยวน รสชาติใช้ได้ค่ะ



อิ่มแล้วก็เดินกลับโรงแรมขึ้นไปทานผลไม้ แล้วอาบน้ำพักผ่อน



วันที่ 3
วันนี้เราต้องเดินทางกลับตอนค่ำ เราจึงตื่นแต่เช้าเพื่อใช้เวลาที่นี่ให้คุ้มค่า อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ออกเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้าเช่นเดิมค่ะ สถานี Haizu Square แล้วเราก็ไปเปลี่ยนจากรถไฟฟ้าสายสีฟ้าเป็นสีเหลืองที่สถานี Gongyuanqian เพื่อไปเปลี่ยนขบวนอีกเป็นสายสีส้มที่สถานี Tiyu Xilu (ช่วงเช้าเวลาเร่งด่วนสถานีรถไฟฟ้าแออัดมากค่ะเบียดกันอย่างกับปลากระป๋องคนออกก็เบียดออก คนเข้าก็เฮละโลเบียดกันเข้ามา แทบจะจราจลย่อมๆเลย)


แล้วนั่งสายสีส้มต่อไปอีก 1 สถานีลงที่สถานี Linhexi แล้วไปออก Exit D หน้าตึก Citic Plaza เพื่อเก็บภาพตึกอันสวยงามแต่ว่าวันนี้หมอกจัดบดบังยอดตึกหมดเลย


เดินเล่นอยู่แถวนี้ซักพักยังไม่หิว เลยกลับไปลงรถไฟฟ้าที่จุดเดิม ยังคงอยู่ที่สายสีส้มไปลงที่สถานี Chigang Pagoda ออกที่ Exit A เพื่อไปยังตึก Canton Tower เคยเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกในช่วงปี 2009-2010 โผล่ขึ้นมาฝนปรอยอีกแล้ว เดินข้ามถนนแล้วต้องหลบใต้อาคารเพราะบริเวณจุดชมวิวชั้น 2 ไม่สามารถฝ่าสายฝนขึ้นไปได้ค่ะ


เดินใต้อาคารไปส่วนหน้าทางเข้าก็จะมีป้ายบอกว่ามีภัตตาคาร มีเครื่องเล่นต่างๆ ตึกแบ่งออกไปกี่โซนชั้นที่สามารถไปชมวิวได้ แนะนำว่าถ้ามาควรซื้อตั๋วแบบคนละ 150 หยวน ดูได้ตั้งแต่ชั้นสูงโซน  E , โซน D และ โซน C เลยค่ะ  เรามีเวลาจำกัดในวันนี้  เลยซื้อแค่ตั๋วดูโซน C (ชั้น 30) ในราคาคนละ 50 หยวนเท่านั้นค่ะ



ก่อนขึ้นเริ่มหิวตาลายแล้ว ก็นี่มัน 10.30 น.แล้วยังไม่ได้กินอะไรเลย ตรงจุดรอลิฟท์ เหลือบไปเห็นป้ายภัตตาคารที่ชั้นหนึ่งร้อยกว่า มี 3 ร้าน ถามพนักงานว่าเราจะขึ้นไปกินได้มั้ย เค้าว่าได้แต่มี 2 ที่เปิด 11 โมง อีก 1 ที่เปิดเฉพาะตอนเย็น


งั้นเราก็เลยตัดสินใจขึ้นไปชมวิวชั้น 30 ก่อน ถ่ายรูปก็ไม่ค่อยชัดเพราะอากาศเย็นฝนตก เลยเก็บภาพวิวมุมสูงได้มาเท่านี้ค่ะ



นี่เป็นแม่น้ำไข่มุกหรือ Pearl River


และนี่คือสนามกีฬาที่เคยใช้จัดการแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ในปี 2010 ค่ะ


ตึกทรงสูงเดินแป๊บเดียวก็ครบรอบแล้ว ชมวิว ถ่ายภาพ นั่งพักให้คุ้มกับการซื้อตั๋วแล้วก็ลงไปชั้นล่างหมายมั่นปั้นมือว่าจะได้เวลาเปิดของภัตตาคารชั้นหนึ่งร้อยกว่า ลงมาชั้นล่างก็แจ้งพนักงานเลยว่าจะทานอาหารตอนนี้ร้านไหนเปิด ตกลงว่าเปิดแล้ว 2 ร้าน เราก็เลือกร้านเสร็จระหว่างรอลิฟท์จากชั้น 100 กว่าลงมารับ พนักงานก็แจ้งว่าระดับราคาประมาณ 500 หยวนต่อคน ยืนยันจะขึ้นใช่ไหม หา!!! อะไรนะ 500 หยวนต่อคน!!! surpriseดีนะที่บอกกันก่อน เราก็ปฏิเสธทันทีและขอบคุณเค้าด้วยที่แจ้งเราก่อน เพราะงบประมาณมันสูงเกินไป พนักงานจึงแนะนำให้เดินลงไปชั้นใต้ดินมีร้านภัตตาคารจีนที่ราคาต่ำว่าพอจะสัมผัสได้ให้เราฝากท้อง  ร้าน Chopstix ค่ะ




เมนูก็เป็นแบบภัตตาคารจีนที่ราคาก็แรงอยู่แต่ดูแล้วพอสู้ไหว หิวมากสั่งเลย อาหารแนะนำ หมูแดงอบน้ำผึ้ง 1 จาน (ชี้จากรูปเช่นเคย) แล้วก็เลือกอาหารแบบเซ็ต 1 เซ็ต (เซ็ตสีส้ม) มาแล้วหมูแดง อร่อยมากจริงๆ เป็นหมูแดงอร่อยที่สุดในสามโลกเลย น้ำราดเข้มข้น ผิวหมักอบน้ำผึ้งอร่อยมาก ถึงจะมีชิ้นติดมันแทรกบ้างก็ให้อภัยค่ะ 


ต่อด้วยเซ็ตที่สั่ง   เค้าทำมาเหมือนข้าวราดแกงแบบนี้  มีไก่ผัดพริก ผัดผัก เต้าหู้ และปลาทอด แล้วก็น้ำซุป  ก็รสชาติโอเคเลย ข้าวก็เรียงเม็ดนิ่มอร่อย รู้สึกยังไม่พอ เพื่อนบอกอยากกินเป็ดย่าง  สั่งมาอีก 1 จาน แต่เป็ดเนื้อไม่ค่อยเปื่อย รสชาติเฉยๆ ค่ะ


มื้อนี้ 2 คน หมดไป 225 หยวน ก็ยังดีกว่าหมดไปคนละ 500 หยวนเนอะ อิ่มแล้วก็กลับไปขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานี Chigang Pagoda สายสีส้มนั่งมา 1 สถานี เป็นสถานี Kecun แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีฟ้าอ่อนเพื่อไปลงสถานี Changgang แล้วเปลี่ยนเป็นสายสีฟ้า กลับไปย่านที่พักลง Haizu Square เช่นเคย ออกทางออก Exit B1 โผล่ขึ้นมาเดินข้ามถนนเลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยๆ เจอแยกข้ามแยกเจอแล้วห้าง Onelink ห้างจำหน่ายสินค้าหลากหลาย ทั้งเครื่องประดับ ของประดับ ตุ๊กตา



แน่นอนว่าถามราคาก็ไม่ถูกเท่าไหร่ แต่ถ้าซื้อเยอะแล้วก็ต่อรองลงมาที่ราคาส่งได้ก็จัดไปค่ะ เดินอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เดินออกจากห้างกลับมาทางเก่าเข้าไปห้าง Bin Bin Plaza ที่นี่จำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ก็ราคาสูงขึ้นมาหน่อย ก็เลยไปเลือกร้านที่ Sale ก็ได้เสื้อผ้าสวยๆ เพื่อนก็ได้เสื้อกันหนาวมา


ออกไปหน้าห้างตรงจุดหลังอนุสาวรีย์เดินเลี้ยวซ้ายไปเรื่อยๆ ก็จะเจอตลาดรองเท้าขนาดใหญ่ เดินเข้าไปชมสำรวจราคาแล้วเดินกลับมาหน้าห้างเช่นเดิม ข้ามถนนกลับไปฝั่งโรงแรม Guangzhou hotel แล้วเดินกลับไปทางที่พัก เจอร้านนี้ Choikee Eating House ติดกับร้านที่กินบะหมี่เมื่อคืน


เดินเข้าไปดูเมนูเห็นมีรางวัลการันตีแสดงว่าน่าจะใช้ได้ สั่งเลยเพื่อนอยากกินข้าวมันไก่ เลยชี้ตามรูป มาเป็นเซ็ตอลังการมาก แต่ข้าวดันไม่ร้อนเลย ไก่ต้มเหนียว รสชาติไก่จืด แต่ขิงที่โรยมาเค็มเพิ่มรสชาติได้ แต่ก็มันเยิ้มไปหน่อย ซุปก็พอใช้ได้ กินไม่หมดเซ็ตนี้


แต่จานนี้เด็ดมาก เหมือนกุ้งผัดพริกเกลือ เค็มๆ มันๆ เผ็ดพริกแห้ง รสชาติเข้มข้นอร่อย ราคา 48 หยวน คุ้มค่าอยู่ เพราะให้เยอะมากกุ้งจานนี้น่าจะครึ่งกิโลได้ แต่ก็กินหมดนะคะ


อิ่มแล้วมองออกไปหน้าร้านข้ามถนนไปเลยไปเดิน Jewelry Market ทุกร้านจำหน่ายเครื่องประดับสวยงาม เพ็ชร ทอง แต่ต้องซื้อจำนวนมาก ถูกใจต่างหูอยู่ 1 ร้าน ต่อรองราคาเสร็จด้วยจำนวนเกิน 20 คู่แล้วนะ สุดท้ายเค้าบอกว่าราคาที่ได้จะขายให้ก็ต้องประกอบด้วยเงื่อนไขที่ว่าซื้อสินค้าของร้านทั้งหมดเกิน 300 หยวนด้วย อ่ะ วันสุดท้ายแล้วเงินแลกไปเหลือจัดไป เลือกสร้อยข้อมือเพิ่มไปอีกจนครบ เค้าก็คิดเงินเปิดบิลแล้วก็ให้นามบัตรเผื่อเราจะกลับมาค้าขายกับเค้าอีก ก็ดีเหมือนกัน ซื้อเสร็จก็คิดว่าจวนเจียนเวลา เดินต่ออีกนิดกลับที่พักดีกว่าขึ้นมาจัดกระเป๋าเก็บของ อาบน้ำพักผ่อนเล็กน้อย แล้วจึงเช็คเอาท์รับเงินมัดจำคืน 

ออกจากโรงแรมจะไปสนามบินเรียกแท็กซี่ข้างหน้าที่พักให้ไปส่งแค่สถานีรถไฟฟ้า Haizu Square เค้าไม่ยอมไป ไม่ไปเราก็ไม่ง้อ ลากกระเป๋าไปเองก็ได้ เหนื่อยเอาการ ลงรถไฟฟ้าก็ทะลักทุเลพร้อมกระเป๋าล้อลากคนละสองใบ จากสถานี Haizu Square เราก็นั่งยาวจนมาลงสถานี Jiahewanggang  เพื่อเปลี่ยนขบวนเป็นสายสีส้ม ต่อไปลงสถานี Airport 


ลงสถานีแล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นไป เดินตามเค้าไปเข้า Terminal แล้วเราก็เอาบัตรให้เค้าเช็คเงินเพื่อแลกเงินที่เหลือในบัตรคืน ปรากฎว่าเค้าบอกเราว่าเงินเหลือ 20 หยวน แต่แลกคืนที่นี่ไม่ได้ เราก็ทำหน้างง เค้าก็ให้เจ้าหน้าที่อีกคนมาพูดภาษาอังกฤษแล้วบอกว่าจุดที่จะแลกมัดจำบัตรคืนได้คือสถานี Zoo, สถานี Gongyuanqian และ สถานี Tiyu Xilu  3 สถานีนี้เท่านั้น อ้าว ทำไงได้ใครจะนั่งกลับไปเพื่อแลกเงิน 20 หยวน 100 บาท ก็ถือซะว่าเป็นค่ารถมาสนามบิน (แต่ไม่น่าทำกันแบบนี้เลยเพราะที่ฮ่องกงสามารถนำมัดจำบัตรคืนที่สถานีไหนก็ได้แม้แต่สถานีที่สนามบิน) เราก็ได้แต่เก็บบัตรไว้เป็นที่ระลึก แล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นลิฟท์ไปเคาน์เตอร์โหลดกระเป๋ายังไม่เปิด เลยไปร้านสะดวกซื้อ หาซื้อขนมจุกจิกเป็นของฝากแล้วหาข้าวกินกันก่อน  


ร้านนี้เหมือนข้าวราดแกง สั่งมากินกันสองคน 25 หยวน และสั่งฮะเก๋ากุ้งด้วย 8 หยวน



เสร็จแล้วก็ลากกระเป๋าขึ้นไปที่เคาน์เตอร์ Airasia ที่ให้โหลดกระเป๋าเที่ยวบินเราเวลา 3 ทุ่มเป๊ะ ขึ้นไปคิวยาวแล้ว แต่ละคนมักมีปัญหาน้ำหนักเกินทั้งนั้นทำให้เสียเวลามากจุดนี้เสียเวลายืนขาแข็งต่อคิวโหลดกระเป๋าไปเกือบ 40 นาที เสร็จแล้วเดินไปตามป้าย International ไปเจอคิวอีกยาวเหยียด ตอนแรกคิดว่าตม. แต่ไม่ใช่ เป็นเพียงจุดตรวจว่าหนังสือเดินทางของเราตรงกับชื่อในตั๋วเครื่องบินหรือเปล่า และสแกนกระเป๋าที่เราจะนำขึ้นเครื่อง ผู้คนจำนวนมาก ตรงนี้เสียเวลาไปอีก 30 นาที แล้วก็เข้าไปเจอด่านตม.อีก คิวยาวอีก นักท่องเที่ยวต่างชาติพากันหัวเสียไปตามๆกัน มีทั้งเสียงบ่น มีทั้งสีหน้าไม่พอใจ กว่าจะผ่านตรงนี้ไปได้อีก 30 นาที


สรุปว่าตั้งแต่มาถึงสนามบินแทบไม่ได้นั่งเลยและเสียเวลาไปมากกับการต่อคิวโหลดกระเป๋าและผ่านจุดต่างๆเข้ามาจนถึงตม. เหลือเวลาอีกแค่ 15 นาที ก็ถึง Boarding Time ใครจะมีกะใจ shoppingcrying

เดินมุ่งไปนั่งพักที่ Gate เลยดีกว่า   ได้เข้าห้องน้ำแล้วก็นั่งพักแป๊บเดียว เครื่องมาตรงเวลาค่ะ ขึ้นเครื่องแล้วหลับยาวเลย  กลับถึงดอนเมืองตรงเวลาอย่างปลอดภัย
ปิดท้ายด้วยรูปของซื้อฝากและของฝากซื้อค่ะ



สรุปค่าใช้จ่ายและอื่นๆenlightened
1.ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับโปรโมชั่นจองข้ามปีรวมค่าโหลดกระเป๋า 1 ใบ 25 กิโลกรัม คนละ 4,xxx บาท ค่าที่พักตกคืนละ 1,xxx บาท ไม่รวมอาหารเช้า 3 คืน
2.แลกเงินไป 12,000 บาท เหลือกลับมา 4,000 บาท
3.เที่ยวง่ายเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน อาหารการกินก็เหมือนเวลาไปเที่ยวฮ่องกง ถ้ากินบะหมี่ธรรมดาก็ชามละ 10 หยวนหรือ 50 บาท ค่าครองชีพไม่สูงเท่าไหร่ แต่แม่ค้ากับประชาชนยังพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างน้อย แต่มีน้ำใจ อัธยาศัยดี ไทยจีนเหมือนญาติพี่น้องกันนะคะ
heart


เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com