Hong Kong 2013

Last updated: Mar 10, 2016  |  13395 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

Hong Kong 2013


Hong Kong 2013
ทริป Summer Sale 2013, ไหว้เทพเจ้าแชกง, ขึ้นกระเช้านองปิง, Shopping และ สรรหากิน

มีโอกาสได้ไปเที่ยวเดินเล่นที่ฮ่องกงอีกแล้วค่ะ ช่วงวันที่ 17-19 เดือนสิงหาคมปี 2556 ช่วงท้ายของการ Sale ประจำปี มาดูกันเลยว่าไปไหนกันบ้าง
เริ่มจากทริปย่อกันก่อน
วันที่ 1
2.15 น. ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ
6.15 น. ถึงสนามบินฮ่องกง เดินทางไปย่านจอร์แดนด้วยรถบัส
8.00 น. เช็คอิน Prudential hotel ฝากกระเป๋า
8.30 น. มื้อเช้าแบบน่ารักๆ ที่ร้าน Charlie Brown Cafe
10.00 น. เดิน shopping ห้าง the One, Mirama Shopping Center, MiraMall
11.30 น. ทานมื้อเที่ยง พิซซ่ายักษ์ ร้าน Paisano’s Pizza
12.30 น. เดินช้อปที่ Parklane, ต่อไปย่านจอร์แดน
14.00 น. รับคีย์การ์ดเข้าห้องพักผ่อน
18.00 น. ทานมื้อเย็น ร้าน Spicy mama
19.30 น. เดินทางไปท่าเรือ Ferry
20.00 น. ชม Symphony of light ที่ท่าเรือ Ferry
20.30 น. เดิน shopping ย่าน Canton Road
22.00 น. กลับถึงห้องพักผ่อน

วันที่ 2
8.00 น. เดินออกไปหามื้อเช้าทานย่านจอร์แดน
9.00 น. ออกเดินทางด้วย MRT
9.20 น. ถึงสถานีรถราง นั่งรถรางเล่นชมเมือง
10.00 น. ไปถึง IFC mall ซื้อ Garrett popcorn
11.30 น. เดินทางไปถึง New Town Plaza ชม Snoopy World และ shopping
13.30 น. ไปทำธุระที่ Regal Riverside hotel
16.00 น. เดินทางกลับเอาของมาเก็บที่ห้อง และพักผ่อน
17.00 น. ไปทานข้าวมื้อเย็นและเดิน Haiphong road , Canton road
18.00 น. เดินกลับมา Shopping ที่ Mirama mall
20.00 น. กลับมาพักผ่อนที่ห้อง เก็บกระเป๋า
 
วันที่ 3
7.30 น. นำกระเป๋าลงมา Check out ห้องพัก แล้วฝากกระเป๋าไว้กับโรงแรม
8.00 น. รสบัสคณะทัวร์มารับ
8.30 น. ทานติ่มซำร้าน Foo Lum Fisherman’s Wharf Restaurant
9.30 น. วัดเทพเจ้าแชกง
11.00 น. วัดหวังต้าเซียน
12.00 น. โรงงานจิวเวอรี่ และ ร้านสมุนไพรจีน
14.00 น. กระเช้านองปิง ไหว้พระใหญ่
15.30 น. ลงมาทานอาหารที่ Food Republic และ Shopping City Gate Outlet
17.30 น. กลับไปฝั่งเกาลูน เดินเก็บตกย่านจิมซาจุ่ย
19.00 น. กลับไปโรงแรมรับกระเป๋า และขึ้นรถบัสไปสนามบิน
20.00 น. ถึงสนามบินเช็คอิน โหลดกระเป๋า Shopping ใน Gate หาข้าวทาน
22.55 น. ออกเดินทางจากฮ่องกง
02.30 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
 
 
มาดูรายละเอียดของทริปกันค่ะ

วันที่ 1
ออกเดินทางเช้าตรู่จากสนามบินสุวรรณภูมิ แม้จะเช้าตรู่มากเข้า Gate เราก็ Shopping ได้ค่ะ


ไปรอที่ Gate เอ๊ะนี่มันเวลา Gate เปิดแล้วทำไมไม่มีใครมา เอะใจเดินไปดูป้ายชัดๆ
พอดีมีคนพูดกันว่าเปลี่ยน Gate จ๊าก!!! ใครจะไปรู้ วิ่งตาเหลือก
เกือบตกเครื่องแล้วมั้ยล่ะ เมื่อถึงสนามบินฮ่องกงผ่าน ตม. รับกระเป๋า หกโมงกว่า
เกี่ยว Wifi ของสนามบินได้เราก็ส่งข่าวให้ทางบ้านทราบทันที มีเวลาแชตเล็กน้อย
เข้าเมืองโดยมีรถบัสของบริษัททัวร์มารอรับ


ฝนตกปรอยๆ เพราะพายุอูตอร์พึ่งจะอ่อนกำลังเป็นดีเพรสชั่นผ่านไป 
นั่งรถประมาณ 20 นาที ตอนเช้ารถไม่ติด ก็ถึงโรงแรม Prudential Hotel ย่านจอร์แดน


เช็คอินแล้วฝากกระเป๋าไว้ เราจะขึ้นห้อง มารับการ์ดเข้าห้องได้ต้องหลังบ่ายสองโมง 
นี่มัน 8 โมงเช้านิดๆ ไปหามื้อเช้าทานแบบน่ารักที่เดิม ร้าน Charlie Brown Cafe
โดยเดินไปตามถนน Nathan Road แล้วเลี้ยวเข้าถนน Cameron Road ตรงไป
ผ่านไป 1 แยก ร้านอยู่ขวามือ เดินไปถึงก็เปิดพอดีค่ะ


ยังน่ารักเหมือนเดิม ตกแต่งด้วยธีมการ์ตูนสนูปปี้ทั้งร้าน สั่งเซ็ตอาหารเช้าเบาๆ
มาแบ่งกันทานสองคน 48 เหรียญ แพนเค้กหน้ารูปการ์ตูนและน้ำส้ม
ทานไปถ่ายรูปกันไปเพลินเลย เพราะร้านนี้ Wifi Free ค่ะ นั่งเล่นจนใกล้เวลาห้างเปิด



จริงๆ ง่วงมากอยากนอน แต่ทำไงได้ ยังขึ้นห้องไม่ได้อ่ะ เดินไป Shopping ที่ The One, Miramall
และ Mirama Shopping Center อยู่ติดกันเลย 3 ห้างนี้ ชั้น ล่างสุด ห้าง The One 
มีร้านเหมือนไดโซ ชิ้นละ 12 เหรียญ ได้ของฝากกุ๊กกิ๊กมานิดหน่อย


ห้าง Miramall เก๋ไก๋


มานั่งพักที่ Mirama Shopping Center มี Wifi free เดินดูของไป
แชตส่งข่าวกับทางบ้านและเพื่อนฝูงไป นั่งพักบ้าง  



ร้านกิ๊บเก๋แนวร้าน Loft และการตกแต่งที่กิ๊บเก๋ในห้าง Mirama Shopping Center


11 โมงเริ่มหิว เดินย้อนกลับมานิดนึง เลี้ยวเข้าไปที่ถนน Grandville Road
เดินไปไม่กี่ห้องก็เจอร้านอยู่ขวามือค่ะ ร้าน Paisano's Pizza มากินพิซซ่ายักษ์
ขนาด 24 นิ้ว โอว ใหญ่จริงอะไรจริง


สั่งหน้าฮาวายเอี้ยน 1 ชิ้น 35 เหรียญ ก็พอค่ะ ทานได้ 2 คน พร้อมน้ำดื่มอีก 10 เหรียญ
ราคาโอเคเลย แบบว่ามันใหญ่มาก 1 ชิ้นกิน 2 คนเอาอยู่


รสชาติก็อร่อยใช้ได้ มี Wifi Free ด้วยค่ะ นั่งกินนั่งเล่นจนเที่ยง 

เดินกลับไปทางโรงแรมโดยเดินข้ามไปฝั่ง Parklane Shopping เดินดูไปเรื่อย


จนถึง Austin Road เดินต่อไปจนถึง Jordan Road ความสับสนวุ่นวายของย่านนี้


แล้วเข้าไปซื้อของที่ร้าน Bounjour ได้ของมาพอสมควร แล้วเดินกลับมาที่โรงแรม
กว่าจะได้การ์ดเข้าห้อง ก็ 14.30 น. เข้าห้องได้แล้ว ขนาดห้องกว้างใช้ได้เลย
สิ่งอำนวยความสะดวกครบ



ทำเลก็ดีอยู่หัวถนน Nathan Road เดินทางสะดวกเพราะใต้ตึกเป็นทางลง
ไปสถานี MTR Jordan เลย  แต่ข้อเสียคือไม่มี wifi ฟรี  อาบน้ำแล้วนอนสลบไปเลย
ตื่นมาอีกที ห้าโมงครึ่ง ออกไปหาอะไรกินกับหมู่คณะ เดินไปซอยหลังโรงแรม
เห็นร้าน Spicy Mama สัญลักษณ์ป้ายร้านสีเหลืองมีการ์ตูนผู้หญิงแนวอาม่า
ราคาโอเค เมนูน่าสน ไปลองกันเลย รสชาติโดยรวม
อร่อยถูกปากคนไทยใช้ได้ เต้าหู้ทรงเครื่องเผ็ดอร่อย และผัดถั่วหมูสับ
แบบถูกลิ้นคนไทยเลย



แต่บางจานก็แพงไปนิด หารออกมาแล้วคนละ 70 เหรียญ อิ่มแล้วเดินลงรถไฟฟ้า
สถานี Jordan ซื้อบัตร Octopus เลย คนละ 150 เหรียญ (รวมค่ามัดจำบัตรแล้ว)
ไปไหนก็สะดวกสบาย เพื่อไปลงสถานี Tsim Sha Tsui แล้วเดินไปออกไป exit E
เพื่อไปโผล่หน้าโรงแรม The Peninsula


แล้วเดินไปตามทาง ไปตามป้าย Star Ferry Pier ใช่แล้วท่าเรือเฟอรี่ค่ะ
ไปจนเจอเวิ้งโรงแรม 1881 Heritage สวยๆ ด้านขวามือแบบนี้


ก็เจอแยกถนน Canton Road ขวามือ แล้วด้านหน้าจะเห็นลักษณะเป็นวงเวียน
แยกใหญ่ให้ข้ามถนนไปฝั่งซ้ายมือ เดินต่อไปเจอหอนาฬิกาและท่าเรือเฟอรี่ค่ะ 


ไปดู Symphony of Light กันค่ะ ทุกวันสองทุ่มเค้าก็เริ่มกันเลย
มีแสง สี เสียง บรรยายประกอบ ประมาณ 15 นาที มองไปที่ยอดตึก
ฝั่งฮ่องกง สวยงามดี สมแล้วที่เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก
วันนี้ฝนพึ่งหยุดไป เมฆเยอะ เลยบังแสงยอดตึกไปบ้าง



แล้วเราก็เดินกลับมาตามถนน Canton Road แวะ Shop H&M
ตรงข้ามห้าง Habour city ไม่ Sale ทั้งร้านเพราะอาจจะเป็น
ช่วงท้ายของ Summer Sale แล้ว แต่ก็ได้ของกลับมาบ้าง


บรรยากาศถนน Canton Road ยามค่ำคืน Brandname ครบสุดๆ



แล้วก็เดินกลับไปทาง Haiphong Road แล้วลง MTR สถานีจิมซาจุ่ย กลับสถานี Jordan กลับห้องพักผ่อน
 
วันที่ 2
ตื่นเช้าเดินออกจากโรงแรมประมาณ 7 โมงกว่า เดินเล่นไปหาอะไรกินแถว
Temple Street ร้านข้าวร้านโจ๊กราคาไม่แพง เดินเข้าไปไม่ลึกอยู่ซ้ายมือเลือกร้านนี้


สั่งตามรูปเลย โจ๊ก 1 ชาม ซาลาเปาหมูแดง 1 เข่ง และ ก๋วยเตี๋ยวหลอดกุ้ง
ทานมื้อเช้า 2 คนเบาๆ อิ่มแล้วมื้อนี้หมดไปประมาณ 50 เหรียญ 


แล้วเราก็เดินไปขึ้น MTR สถานี Jordan เพื่อไปฝั่งฮ่องกงลงที่สถานี Admiralty
ลงแล้วงงๆ ก่อนออกจากสถานีดูแผนที่แล้วไปตามสัญลักษณ์รถราง (Tram)
ต้องไปออกที่ Exit D ออกไปเจอทางขึ้นตึก United เราก็ไปถาม รปภ. หญิง
ว่าตรงไหนคือป้ายรถรางเค้าไม่เข้าใจเลยเปิดรูปในโทรศัพท์ให้อ่านสายรถราง
แล้วเค้าก็อุทานว่า "ติง ติง" เราก็เออ ออ ไปว่าเราจะไปติงๆ เค้าชี้ให้เรา
ขึ้นบันไดเลื่อนตรงหน้าเรา ขึ้นไปตึก United เลี้ยวขวาไปตามทางเดิน
ก็จะไปโผล่ทางเข้าห้าง Queensway Plaza และมีสะพานลอยเชื่อมกับตึก Pacific Place


มองตรงกลางสะพานลอยลงไปเห็นสายรถรางแล้ว เราก็ลงไปรอรถรางที่ป้าย
เงยหน้าไปเจอตึกสำคัญ 3 ตึก สัญลักษณ์ของฮ่องกงอีกหนึ่งมุมค่ะ


ไม่ได้เจาะจงว่าจะไปไหนแค่อยากนั่งรถรางเล่นๆ (ทุกท่านสามารถ
ศึกษาข้อมูลสายรถรางได้ที่ www.hktramways.com) ซึ่งดูตามสายแล้ว
จะวิ่งทับซ้อนกัน แต่จะสิ้นสุดต่างกันค่ะ สบายๆ คงไม่หลงนะ
คันสีแดงมาก็ขึ้นเลย ฝนปรอยเล็กน้อย แน่นอนว่าต้องนั่งชั้น 2 ชมวิวค่ะ


รถรางสายนี้แล่นไปตาม Johnston road และ Hennessy road
นั่งเล่นชมวิวไปเรื่อย ได้ 15 นาทีลงดีกว่า ไปไกลกว่านี้เดี๋ยวจะหลง หุหุ 
แล้วก็เดินไปอีกฝั่งเพื่อนั่งกลับมาสถานีเดิม ทำไงดีล่ะทีนี้
จำได้ว่าสายเดิมปลายทางอยู่ที่ Wan Chai อะไรซักอย่าง
รถรางคันไหนมาที่มีเขียนคล้ายๆก็ขึ้นเลย ถ้าหลงอย่างมากก็เรียกแท็กซี่กลับ
มา MTR คงไม่ไกล โชคดีรถรางคันที่เลือกวิ่งกลับทางเดิมเป๊ะ


เวลาขึ้นรถรางเค้าจะจอดให้เราขึ้นท้ายรถ ส่วนเวลาลง
ให้เราเดินลงด้านหน้ารถนะคะ ก่อนลงจ่ายค่าบริการ
หยอดเหรียญตรงประตูคนละ 2 เหรียญ ใช้บัตร Octopus เลยค่ะ
สะดวกดี กลับมาที่เดิมเป๊ะเราก็เดินกลับไปขึ้น MTR สถานี
Admiralty ไป 1 สถานี ลงสถานี Central ซึ่งเป็นสถานีใหญ่
ที่มีสาย MTR หลักสีเหลือง ไป Disney Land และสีเขียวเป็น
Airport Express ทางเดินภายในสถานี Central นี้จึงยาว
และมีจุดเช็คอินกระเป๋าตอนบินกลับได้เลยแต่มีแค่บางสายการบินนะคะ
ส่วนใหญ่ Low cost ต้องไปโหลดกระเป๋าและเช็คอินที่สนามบินค่ะ


แล้วเราก็เดินตามป้ายไปโผล่สถานี Hong Kong ทางออก F
เพื่อไป IFC Mall เจอแล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 1
มองหาแผนผังห้างก่อนเลย ไปกันที่ Shop หมายเลข 1050 
ติดกับ City’super ซึ่งเป็นทางออกไปท่าเรือพอดีเลยค่ะ
นั่นก็คือร้าน The Garrett popcorn นั่นเอง


มาเวลาเปิดพอดีเลย 10.00 น. เค้ามีตารางให้ติ๊กปากกาตาม Order เลยค่ะ
รสไหน ไซด์ไหน จัดไปเลย ทั้งซื้อฝากทั้งฝากซื้อ ทั้งกินเอง ร้านนี้หมดไป
750 เหรียญ ค่ะ ดูราคาแต่ละรส แต่ละขนาดกันเลย 


เสร็จแล้วก็ลงกลับไปทางเดิม สถานี Hong Kong เดินกลับไป
ทางเชื่อมภายในไปที่สถานี Central ขึ้นสายสีแดงไปฝั่งเกาลูน
ไปลงสถานี Yao Ma Tei ซึ่งลงเพื่อสลับการเดินทางเป็นรถไฟฟ้า
สีเขียว (ต้นสาย) ได้นั่งกับเค้าบ้าง แล้วเราก็ไปลงสถานี Kowloon Tong


เพื่อเปลี่ยนสายไปนั่งสายสีฟ้า ไปลงสถานี  Sha Tin ออกที่  exit A
เจอห้าง New town plaza มีคนบอกว่าห้างนี้เป็นห้างชานเมือง
โอวพระเจ้า มันใหญ่มาก Brandname อย่างครบ ตึกมี 2 เฟส ด้วยซ้ำ


ผู้คนเดินขวักไขว่ มากพอๆกับย่านจิมซาจุ่ยเลย ไปที่ชั้น 3
จะไปถ่ายรูปใน Snoopy world แต่ว่าฝนปรอยแต่เช้า
ตอนนี้หยุดแล้วแต่เค้ามีป้ายปิดเพราะสภาพอากาศไม่ดี แง อดเลย


ได้แต่ถ่ายภาพบรรยากาศภายนอกค่ะ


เดินกลับเข้าไปในห้าง มาชั้น 4 shop cath kidston
ห้อง 406 ซื้อของตาม order แล้วก็ไปหาอะไรกิน เห็นชั้น 5
ร้าน Mc มีโปรโมชั่นเบอร์เกอร์ 9 เหรียญ จัดเลย
แต่ที่นั่งหายากหน่อยแบบว่าคนตรึม รอดตายไป 1 มื้อ


แล้วก็รีบกลับลงไปสถานีรถไฟฟ้า Sha Tin เดินทางไป 1 สถานี
ลงที่สถานี Tai Wai เปลี่ยนขบวนไปสายสีแดงเข้ม ไปลงสถานี
Sha Tin Wai เพื่อไปทำธุระที่โรงแรม Regal Riverside hotel
แถวนี้ชานเมืองจริง ผู้คนบางตา ดีที่ถ่ายรูปแผนที่ตรงทางออก
MTR แล้วเดินตามแผนที่ ไม่งั้นหลงแน่


ทำธุระประมาณ 2 ชั่วโมงเสร็จแล้วก็ออกเดินทางออกจากสถานี
Sha Tin Wai สายสีแดงเข้ม ต่อกลับมาเรื่อยๆ ที่สายสีฟ้า สายสีเขียว
และสายสีแดง ลงสถานี Jordan กลับห้องพัก เอาของที่ซื้อมา
พะรุงพะรังไปเก็บ แล้วพักผ่อนเล็กน้อย

เย็นแล้วออกเดินจากโรงแรม ไปตาม Nathan Road
แล้วเลี้ยวขวาไปทาง Haiphong Road
แล้วไปถนน Canton Road เลี้ยวซ้ายเข้าไปห้าง Silvercord
ลงไปชั้นใต้ดินทานมื้อเย็นที่ Food Republic อยากกินข้าวหมูแดงอร่อยๆ


สั่งเป็นชุดข้าวหมูแดงได้เป็ดมาด้วย น้ำดำๆราดคิดว่าซอสหวาน
แต่ดันเป็นซอสเค็ม ราดมาซะเยอะเลย สุดท้ายต้องเขี่ยออก
เพราะมันเค็มมาก โดยรวมรสชาติโอเค อีกจานเป็นก๋วยเตี๋ยวสาหร่าย
ก็โอเค จืดไปนิด


กินเสร็จแล้วเดินออกหน้าห้างเลี้ยวขวา ย้อนขึ้นไปจนเจอโรงแรม
Royal Pacific ที่เคยมาพักครั้งก่อน ตั้งใจมา Esprit outlet Shop
ที่อยู่หน้าแรงแรมแต่ผิดหวังเพราะเค้าปิดปรับปรุง แง


เดินต่อติดกันเลยไปห้าง China Hong Kong City ที่นี่ก็มีแบรนด์
ให้ซื้อพอสมควร มีร้าน G2000 Outlet เดินเล่นอยู่พักหนึ่งไม่ได้อะไร


เดินกลับไปทาง Haiphong Road เข้า Nathan Road เดินไปแวะไปเรื่อย
ทั้ง G2000 ,ร้าน Sasa , Giordano ฯลฯ บลา บลา


กลับมาสิงสถิตย์ที่เดิม Mirama Shopping Center เพราะเพื่อนร่วมทาง
อยากนั่งเล่น wifi ก็นั่งรอไป เราก็เดิน Shopping เล่น wifi ไปด้วย
มีร้านเสื้อผ้าน่ารักเยอะเลยสำหรับสุภาพสตรี แบรนด์ใหม่ดูน่าสนใจ
หลายร้าน เช่นร้าน 6ixty8ight  ลดหลายชิ้นอยู่ได้มาบ้าง
Anna Sui กระเป๋าลด 50% ใครจะอดใจได้จัดไป


แล้วก็เดินกลับมาแวะ Bossini ก่อนถึงโรงแรม


แล้วก็แวะห้างที่ติดกับโรงแรม Prudential มีร้านขายของ kitty
น่ารักอยู่ 2 ร้านเดินดูเพลินๆ แล้วก็กลับห้อง


เก็บกระเป๋าไว้เลยเตรียมสำหรับวันต่อไป  


วันที่ 3
เป็นวันจันทร์ ต้องไปตามโปรแกรมแถมของบริษัททัวร์
ก็คุ้มค่าอยู่นะคะ มีรถบัสมารับตลอด โดยตื่นเช้าเราก็
check out ห้องพัก พร้อมฝากกระเป๋าไว้เลย
ประมาณ 7.30 น. รถบัสมารับ พร้อมไกด์ คุณวันเพ็ญ
รู้ลึก รู้จริง เล่ารายละเอียดทุกสิ่งอย่าง ชอบมากค่ะ


ที่แรกคือไปทานมื้อเช้าที่ร้าน Foo Lum Fisherman’s Wharf
เป็นร้านอาหารจีน อยู่ตึก Auto Plaza ย่านถนน Mody Square
ในร้านคนเยอะทีเดียว มีห้องสำหรับรองรับกรุ๊ปทัวร์โดยเฉพาะ


เสิร์ฟด้วยโจ๊กเป๋าฮื้อ แต่ทำไมมีแต่ไก่ฉีก ติ่มซำอร่อยใช้ได้



ที่สำคัญถาดนึ่งติ่มซำใหญ่ สำหรับหมู่คณะโดยเฉพาะ
นึ่งถาดเดียวกินทั้งโต๊ะ โอ้ว ยืนยันความใหญ่ด้วยภาพ


(ค่าอาหารไม่ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะรวมอยู่ในแพ็คเกจซื้อทัวร์แล้ว
แต่ถ้าใครยังไม่จ่ายมาล่วงหน้า ไกด์บอกเก็บคนละ 50 เหรียญ ก็โอเคนะ) 

อิ่มแล้วเดินทางต่อด้วยรถบัสไปวัดแชกง ไหว้เทพเจ้าแชกง
ถ้ามาด้วย MTR สายสีแดงเข้ม ลงสถานี Che Kung Temple ได้ค่ะ
เข้าไปไหว้กันเลย ด้านนอกจุดธูปไหว้ตามไกด์นำ 


ด้านในไหว้เทพเจ้าแชกงองค์ท่านใหญ่สีทอง
เค้าบอกว่าให้อธิษฐานแล้วสบตาท่าน ขอพรดังๆ 


และวัดนี้หลายคนเรียกว่าวัดกังหัน เพราะมีกังหันซ้าย
และขวาเทพเจ้าแชกง ให้หมุนแล้วตีกลองเพื่อปัดความไม่ดีออก
แล้วนำสิ่งดีๆ เข้าหาตัวค่ะ


เสร็จแล้วด้านข้างขวามีเทพเจ้าให้ไหว้ ขอพรเรื่องเงินทอง
ให้เอากระเป๋าสตางค์ไปแตะรอบกระถางให้เงินไหลเข้า
ด้านข้างซ้ายเป็นเทพเจ้าประจำปีเกิดไปทำบุญ หรือซื้อชุดถวาย
เพื่อเสริมมงคลตามปีเกิดกันได้ค่ะ


เสร็จแล้วไปต่อที่ วัดหวังต้าเซียน หากใช้ MTR สายสีเขียว
ลงสถานี Wong Tai Sin ค่ะ มารอบที่ 3 แล้วสำหรับวัดนี้
ยอดฮิตเลยเพราะใกล้ตัวเมือง นี่ขนาดวันจันทร์นะคะ
นักท่องเที่ยวเยอะเลย แน่นขนัดทุกมุม เดินเข้าไปไหว้
ขอพรแล้วก็ลงเลยค่ะ



จุดนี้ให้เวลาน้อยต้องขึ้นรถต่อไปโรงงานจิวเวลรี่
อันนี้ไม่ขอเปิดเผยนะคะว่าชื่ออะไร
เพราะไม่ค่อยสนับสนุนทัวร์บังคับแนวนี้เท่าไหร่ 
เข้าไปแล้วเค้าก็จะให้ฟังเรื่องเกี่ยวกับร้านเค้าแล้วก็
เน้นขายของ ขายจี้กังหันวัตถุมงคล อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบ
ไม่ชอบก็ไม่ต้องซื้อค่ะ ใช้เวลากับที่นี่ไปเกือบ 40 นาที 
แล้วก็ขึ้นรถต่อไปอีกนิด  ไปลงที่ร้านจำหน่ายเครื่องยาจีน
ก็ไม่อยากแนะนำแนวนี้เช่นกันค่ะ  ขึ้นไปบนตึกเป็น
ร้านขายเครื่องยาจีน ให้ชิมบ๊วย อยากซื้อก็ซื้อ
ไม่อยากซื้อก็รอที่รถค่ะ ผ่านไปอีก 30 นาที
แล้วรถบัสก็พาออกไปนอกเมือง งีบหลับไปซัก 30 นาที
ก็ถึง ไปขึ้นกระเช้านองปิงกันค่ะ


ก่อนลงรถเค้าแจกตั๋วไปกลับกระเช้าให้เสร็จสรรพ
การซื้อกับทัวร์ก็ดีไปอย่าง  คือ ไปถึงเค้าให้เข้าช่อง
Fast Track สำหรับคณะทัวร์ที่ซื้อตั๋วล่วงหน้า
ไปขึ้นกระเช้าแบบไม่ต้องรอคิวได้เลยค่ะ มองไปถึงกับโอ้โห
ถ้ามาเองนี่แค่ต่อคิวซื้อตั๋วก็คงปาไปครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ
ไหนจะรอคิวขึ้นกระเช้าอีก นี่วันจันทร์นะเนี่ย
ถ้าวันอาทิตย์จะขนาดไหน 


ได้ขึ้นกระเช้าแล้ว วิวสวยจริงๆ ระยะเวลาไม่ใช่ใกล้ๆ ชอบๆ



ไปถึงแล้วก็จะเจอกับร้านของที่ระลึก
ผ่านเข้าไปทางเดินเป็น Ngong Ping Village
มีร้านอาหาร จุดต้นไม้ขอพร และร้านของที่ระลึก



เดินไปถึงฐานองค์พระแล้วก็ไหว้ขอพร เพราะคงขึ้นไปไม่ไหวค่ะ


ต้องเก็บพละกำลังในการเดินทางต่อ ตอนเดินกลับหิวๆ
ก็ซื้อปลาหวานกับปลาหมึกกินรองท้องอร่อยดี  30 เหรียญ


ลงจากกระเช้าก็ต่อคิวเหมือนคนปกติ ไม่กล้าลงช้าเลย
เพราะกลัวว่าตอนเย็นจะคิวยาว ลงแล้วเราก็ไปที่
Citygate outlets กันเลยค่ะ ขึ้นไป Food Republic
ก่อนเลยหิวๆ


สั่งเกี๊ยวกุ้งกินให้สะใจ กับเกี๊ยวซ่าและซุป หุหุ อิ่มแล้วไปเดิน Shopping กัน


ร้าน Mango ของเราหายไปกลายเป็นร้านนี้ D-mop แงๆ


ขึ้นไปเดิน Esprit Outlet ชั้น 3 ยังอยู่ Club 21 ก็มี หุหุ



แล้วก็เดินไปโซนใหม่ ต้องขึ้นลิฟทางฝั่งโรงแรม
แต่มีป้ายบอกว่าเป็นชั้น 10 th Avenue เป็นส่วนของ
รองเท้า และ accessories ที่ลดราคาแบรนด์
ก็ตามป้ายนี้เลยค่ะ ไปได้รองเท้า Dr.Kong
รองเท้าเพื่อสุขภาพที่แสนโด่งดังของที่นี่มาค่ะ


เสร็จแล้วพลาดไม่ได้ลงมาชั้น super market ซื้อเชอรี่สดๆ
อร่อยกลับบ้านกัน 1 ถุงประมาณ 1 ปอนด์ หรือ 4 ขีด
ราคา 21 เหรียญ เสียดายหยิบมาน้อย ถุงนี้ 25 เหรียญ
ประมาณ 100 บาท ถ้า 1 กิโลก็ประมาณ 200 บาท
ใครไปต้องจัดนะคะ บ้านเรากิโลละตั้ง 600-800 บาท
สด รสชาติดีมาก ยังเสียดายที่หยิบมาน้อย


ได้ของมาประมาณนึง แล้วเดินไปสถานี MTR Tung Chung Station
เลยทันที นั่งกลับไปสถานี Jordan เพื่อกลับมาก่อนเวลามาเก็บตกถนน
Nathan Road อีก 1 ชั่วโมงสุดท้าย ก็เดินไปเรื่อย


แล้วก็กลับมาที่โรงแรม เอาทุกอย่างยัดลงกระเป๋าอีกทีให้เรียบร้อย 
พอดีเวลารถบัสมารับ 19.30 น. แล้วเราก็ไปสนามบินกันเลย
ไปถึงก็เช็คอินที่เคาน์เตอร์ Hong kong Airlines โหลดกระเป๋าตัวเบา
แล้วก็ไปชั้นล่าง ไปเอาเงินที่เหลือในบัตร Octopus คืน
ประมาณ 50 เหรียญ แล้วก็ขึ้นไปด้านบน ผ่านตม. เข้า Gate
หาอะไรกินรองท้องตอนสองทุ่มกว่าแล้วนี่
ก็ยังอยากกินข้าวหมูแดงอร่อยๆ อยู่ ก็พอใช้ได้
คิดถึงข้าวหมูแดงที่กวางโจวจริงๆ


อิ่มแล้วไปเดิน shopping กัน


แล้วก็เดินไปรอที่ Gate 22.55 น. ขึ้นเครื่องกลับค่ะ
ถึงสุวรรณภูมิ เกือบตี 3 กลับบ้านสลบไปเลย

สนุก มีความสุขกับการได้ไปเที่ยว
แม้จะกลับมาพร้อมอาการกระเป๋าฉีก ก็ใครจะอดใจได้ ของน่าซื้อไปหมด
แต่เราก็ประทับใจ ไว้เจอกันใหม่ ฮ่องกง heart


สรุปค่าใช้จ่าย
ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ Hong Kong Airlines รวมค่าที่พัก 2 คืน
และแถมทัวร์ด้วยรถบัสวันสุดท้าย พร้อมรถรับส่งสนามบินไป-กลับ
รวม 14,500 บาท
แลกเงินไป 5,000 บาท หมดเกลี้ยง รูดบัตรอีก เพราะซื้อของตัวเอง ซื้อของฝาก และของฝากซื้อ
smiley
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com