Penang UNESCO World Heritage City

Last updated: Dec 17, 2012  |  5656 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

Penang UNESCO World Heritage City

มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตที่ปีนัง 7 วัน มาเริ่มด้วยแผนการเดินทางฉบับย่อกันก่อนเลยค่ะ

วันที่ 1
13.55 น. ออกเดินทางด้วยสายการบิน Air Asia เที่ยวบิน FD3545 จากสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินแห่งชาติปีนังเวลาประมาณ
16.35 น. แล้วเดินทางต่อด้วยรถตู้ไปยังเมืองชายหาด Batu Feringgi
17.00 น. เช็คอิน ที่ Sri Sayang Resort Service Apartment
18.00 น. เดินออกไปหาอะไรกินที่ Batu Feringgi Sidewalk Night Bazaar
20.00 น. แวะ 7-eleven เดินกลับที่พัก
วันที่ 2
10.30 น. เดินทางออกจากที่พักด้วยรถเมล์สาย 101 ไปลง Komtar
11.30 น. ออกจาก Komtar ด้วยรถเมล์สาย 307 เป้าหมายห้างที่ใหญ่ที่สุด
12.30 น. มาถึง Queensbay Mall หาอะไรทานแล้ว Shopping
17.00 น. ออกจาก Queensbay Mall ด้วยรถแท็กซี่
17.45 น. ถึงที่พัก เก็บข้าวของ
18.30 น. ออกไปรับประทานอาหารที่งานเลี้ยง  แล้วกลับที่พัก
วันที่ 3
8.30 น. ขึ้นรถเมล์สาย 101
9.30 น. ลงแถว Clock Tower เดินต่อไป Fort Cornwallis Georgetown, Esplanade, City Hall, Town Hall, Penang State Museum และต่อไปยัง St. George’s Church
11.00 น. เดินต่อไปถนน Jalan Gereja  เข้าไปที่บ้านสีเขียว The Penang Peranakan Mansion
12.00 น. เดินทะลุมายังถนน Lebuh Pantai ที่เต็มไปด้วยตึกสวย แวะกินมื้อเที่ยงที่ OldTown White Coffee
13.00 น. เดินทางกลับด้วยรถเมล์สาย 101
15.00 น. กลับถึงที่พัก แล้วแวะไปดูสัมมนาวิชาการ
18.00 น. เดินไปทานสเต็กร้าน The Ship กินเสร็จเดินกลับที่พัก และชมตลาด Night Bazaar
วันที่ 4
8.00 น. เช้าเดินออกมาถ่ายรูปเล่นบ้านพักตากอากาศข้างๆที่พัก ทานอาหารเช้าที่ห้อง พักผ่อนตามอัธยาศัย
10.00 น. แวะไปดูสัมมนาวิชาการ
11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ Shangri La’s บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยงของงานสัมมนา แล้วกลับมาพักผ่อนที่ห้องพัก
16.30 น. เดินไป Factory Outlet Shop แล้วกลับมาดูงานสัมมนา
18.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ทาง Shangri La’s บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยงของงานสัมมนา (Banquet Dinner) ประกาศรางวัลผลงานต่างๆ พร้อมชมการแสดงบนเวที เสร็จพิธีทั้งหมดประมาณ 21.00 น. กลับไปพักผ่อนที่ห้องพัก
วันที่ 5
8.30 น. เดินไปฝากท้องที่ KFC แล้วกลับมาห้องพัก
10.00 น. ขึ้นรถเมล์สาย 101 พาคณะไปลง Clock Tower, เข้าชม Fort Cornwallis ต่อด้วยไปเดินถนน Lebuh Pantai ที่เต็มไปด้วยตึกสวย
12.00 น. แวะทานข้าวที่ Old Town White Coffee
13.30 น. จ้างสามล้อเหมาไปวนเที่ยว
14.00 น. ติดฝนอยู่ที่ Khoo Kongsi
16.00 น. กลับมาที่ท่ารถเมล์ Jetty เพื่อขึ้นรถเมล์สาย 101 กลับที่พัก
18.00 น. เดินออกไปทานข้าวที่ Long Beach Café เสร็จเดินกลับมาพักผ่อน
วันที่ 6
8.30 น. เดินไปฝากท้องที่ Mc
10.00 น. เดินเข้างานสัมมนา
11.30 น. รับประทานอาหารที่ Shangri La’s บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยงของงานสัมมนา
15.00 น. ขึ้นรถเมล์สาย 101 เข้าไปเที่ยวห้างบริเวณ Komtar
18.00 น. กลับมาที่พัก แล้วเดินไปทานอาหารเย็นที่ Long Beach Café เสร็จแล้วกลับมาพักผ่อน
วันที่ 7
8.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ห้องพัก แล้วออกไปเดินชายหาด กลับมาพักผ่อนตามอัธยาศัย แล้วเตรียมเก็บของ
11.00 น. เดินไปทานมื้อเที่ยงที่ KFC
13.00 น. ขึ้นรถบัสไปสนามบิน
14.30 น. ถึงสนามบิน ฝากกระเป๋า ไปนั่งรอที่ Gate
17.30 น. ออกจากสนามบินปีนังด้วยเที่ยวบิน FD 3546
18.45 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างปลอดภัย

ทีนี้มาดูการเดินทางโดยละเอียดกันเลยค่ะcool
มีโอกาสได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย เป็นเวลา 7 วัน เนื่องจากเป็นผู้ติดตามกลุ่มสัมมนา มีอะไรน่าสนใจบ้างในเมืองเก่าสถาปัตยกรรมสวยงามขึ้นชื่อเป็น UNESCO World Heritage City แห่งนี้ ไปเที่ยวกันเลยค่ะ

วันที่ 1 มื้อแรกเราก็เติมพลังด้วยเกี๊ยวกุ้งที่ Food Court สนามบินสวรรณภูมิ แล้วออกเดินทาง


เมื่อมาถึงสนามบินนานาชาติปีนังแล้วสภาพก็เป็นอย่างนี้ เมืองท่องเที่ยวแต่ไม่ค่อยประทับใจ ตม.ช้ามาก แถวก็ยาว  จังหวะไม่ดีเลยสนามบินกำลังปรับปรุง สภาพแวดล้อมไม่สวยงามเท่าไหร่


ออกมาจากสนามบินแล้วเราก็ขึ้นรถตู้ที่เพื่อนได้ติดต่อเหมาไว้ ขึ้นได้คันละ 7 คนเท่านั้น ค่ารถหารแล้วตกคนละ 20 ริงกิต


มาส่งที่เมืองชายหาด Batu Feringghi ส่งที่พักเลยค่ะ เราพักที่ Sri Sayang Resort Service Apartment ซึ่งราคาห้องโอเคประหยัดดีทีเดียว เราอยู่ห้องแบบ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ คืนละ 248 ริงกิต ตามป้ายแต่จองผ่าน Agency ได้ลดราคาอีกนิดหน่อย  ในห้องมีอุปกรณ์ทำครัว มีตู้เย็น มีเครื่องทำน้ำอุ่น กระติกน้ำร้อน เตาแก๊ส เครื่องซักผ้า มีโทรทัศน์ มี wifi free (แต่พนักงานแจ้งว่ามีบางห้องเท่านั้น บังเอิญโชคดี) จอง Sri sayang resort service apartment กับ Agoda->>





ชั้นล่างมีสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และสนามเด็กเล่น


วิวมองไปฝั่งตรงข้ามถนนเป็น Shangri La’s Rasa Sayang Resort&Spa โรงแรมระดับ 7 ดาวติดชายหาดที่จัดสัมมนา


อันนี้เป็นวิวหมู่บ้านข้างๆ เหมือนบ้านพักตากอากาศเล่นระดับสวยดี


เก็บข้าวข้องแล้วเราก็ออกไปเดิน Night Bazarr กัน โดยเดินออกจากที่พักข้ามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านหน้า Shangri La’s Rasa Sayang Resort&Spa ตรงไป เป็น 3 แยก พ่อค้าแม่ค้าก็จะเริ่มกางของขายริมฟุตบาทเป็นทางยาวไปตามถนน Batu Feringgi ตั้งแต่เวลาประมาณ 19.00 น.(เวลาท้องถิ่น) ลักษณะก็เหมือนของตามหาดพัทยาบ้านเรา 



หิวแล้วแวะร้านข้างทางเลย อาหารที่ทานที่นี่มื้อแรกเป็น Fried Koay Teow ราคา 5 ริงกิต ในเมนูเค้าแนะนำเลย ลักษณะเหมือนเส้นเล็กนิ่มๆผัดซีอิ๊วกับกุ้ง ไข่ และลูกชิ้นปลา สั่ง Spicy แต่ก็ธรรมดาไม่เผ็ดเลย แต่รสชาติโอเค 


และน้ำแอปเปิ้ลเขียวปั่นราคา 4 ริงกิต อันนี้ทำให้สดชื่นเลย  ของผู้ร่วมทางเป็นข้าวราดผัดเนื้อน้ำมันหอยพริกไทยดำ รสชาติโอเคเลย ราคา 8 ริงกิต


หน้าร้านมีผลไม้ให้ซื้อด้วย เลยเอาแบบที่ปอกใส่ถุงไว้แล้ว แตงโมชิ้นบางๆ ราคา 2 ริงกิต กีวี่ผ่าปอกเปลือกลูกใหญ่ 2 ลูก ราคา 6 ริงกิต 


แล้วก็เดินต่อไปอีกนิดเป็น Long Beach Café ทางขวามือ ลักษณะเป็นเหมือน Food Center มีอาหารหลายอย่างให้เลือก  สำรวจไว้เผื่อมื้อเย็นวันต่อไปต้องมาฝากท้องที่นี่ท่าจะดี 


และนี่คือรถสามล้อสัญลักษณ์ของปีนังก็น่ารักไปอีกแบบ


เดินกลับไปที่ Eden Parade ตึกสีเหลืองตรงสามแยกแวะเข้าไปซื้อน้ำใน 7-Eleven ราคาประมาณ 2 ริงกิต แล้วเดินกลับห้อง กลางคืนครึกครื้นทีเดียวแถวนี้นักท่องเที่ยวท่องราตรีเยอะ แต่เหนื่อยจากการเดินทางขอยอมแพ้แค่ 4 ทุ่มกลับห้องนอนเอาแรงก่อน



วันที่ 2 เวลา 8 โมงเช้าเดินข้ามถนนมีทางลงชายหาดเดินลงไปดูซักหน่อย ยามเช้าชายหาดยาวเงียบสงบ ถ่ายรูปเล่นเล็กน้อย



เดินตัดออกไปทาง Shangri La’s ออกมาสู่ริ่มถนนแล้วเดินตรงมาสามแยกตรงปั๊ม Petronas เข้าไปกิน Mc มื้อเช้า เป็นเบอร์เกอร์ไก่และไข่ดาว รสชาติโอเค ประมาณ 8 ริงกิต อิ่มแล้วเดินเข้า Shop ในปั๊มน้ำมันจัดการคิกคาปู้ 1 ขวด ซ่าดี


เดินกลับที่พักออกกำลังกายว่ายน้ำซักหน่อย แล้วขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเดินห้างที่ใหญ่ที่สุด Queensbay Mall โดยข้ามถนนจากหน้าที่พักแล้วโบกรถเมล์สาย 101 (ถ้าไปสาย 102 จะไปถึงห้างเลยไม่ต้องต่อรถแต่ว่าไม่มาซักที) เหมือนว่ารถเมล์สาย 101 น่าจะมีเยอะกว่า  เตรียมเงินหยอดตู้รถบัสให้พอดีนะคะเพราะเค้าไม่ทอน ค่ารถ 2.7 ริงกิต


ไปลง Komtar ประมาณ 45 นาทีก็ถึง Komtar


แล้วเดินไปใต้ตึกจุดที่เป็นท่ารถมีรถเมล์เทียบหลายๆคัน มองป้าย Digital รถเมล์ 307 จะเทียบชานชาลาอีก 3 นาทีที่ป้ายหมายเลข 5  


ค่ารถ 2 ริงกิต ไปลง Queensbay mall ประมาณ 30 นาทีถึงห้างแล้วก็ไปหาอะไรกิน


สั่งข้าวห่อไข่ 6.4 ริงกิต รสชาติพอทานได้ค่ะ ของผู้ร่วมทางเป็นเหมือนกระเพาะปลามีเส้นและไข่ 


อิ่มแล้วเราก็ไปเดิน Shopping ในห้างหลายแบรนด์ลดราคา 50-70% ทั้ง SODA, Topshop, MNG, Esprite, Vincci, Puma, Forever 21 หรือแม้แต่ร้าน Sasa ยังลดราคา เอาเป็นว่าลดแทบทุกร้านที่กล่าวมานี่แค่บางส่วน ซึ่งพยายามยับยั้งชั่งใจแล้วแต่อ่อนไหวกับราคามากเลยต้องจัดไปwink





ไปถึงห้างบ่ายโมงเดินจนหมดเงินและหมดเวลาแล้วห้าโมงเย็นเหมาแท็กซี่จากห้างมาส่งที่พักให้นั่ง 4 คน ราคา 60 ริงกิต ตกคนละ 15 ริงกิต  เก็บข้าวของแล้วก็เดินไปงานสัมมนาและรับประทานอาหารที่เค้าจัดเลี้ยงที่ SIGI's Bar&Grill ข้างโรงแรมแชงกรีล่า 


รสชาติไก่สะเต๊ะกับเนื้อสะเต๊ะอร่อยเลย เป็ดย่างรสเข้มข้นดีหวานไปนิด แต่อย่างอื่นก็แปลกๆบ้าง แต่ก็พอทานได้ค่ะ



ขนมหวานเย็นชื่นใจเหมือนบ้านเราแต่มีกลิ่นยาหม่องบ้างนิดหน่อย


อิ่มแล้วกลับไปนอนพักผ่อนหมดไปแล้วอีก 1 วัน


วันที่ 3 อาบน้ำแต่งตัวเดินไป Eden Parade ตึกสีเหลืองที่สามแยก ไปกินมื้อเช้าที่ KFC กินชุด Chicky Meal


แล้วเดินกลับที่พักเตรียมอุปกรณ์ไปเดินสำรวจใน George town โดยรถเมล์สาย 101 คราวนี้นั่งผ่าน Komtar ไปไกลเหมือนกัน 


บรรยากาศท้องถนนของเมืองปีนังตึกเก่าๆ สวยๆ เป็นเอกลักษณ์จริงๆ


พอเห็นตึก Clock Tower ก็ขอลงเลยค่ะ


แล้วเดินเล่นถ่ายรูปกับ Clock Tower เพื่อให้นึกภาพออกก็อธิบายไปตาม Map เลยดีกว่า


หมายเลข 7 เป็น Clock Tower ต่อด้วย


หมายเลข 6 เป็น Fort Cornwallis 


ไปต่อยังหมายเลข 5 เป็นวิวติดทะเลเป็นแนวยาวตรงนี้เรียกว่า  Esplanade สวยดี


ตรงบริเวณหมายเลข 5 เป็นอนุสาวรีย์ขนาดย่อมสำหรับทหารอังกฤษที่เสียชีวิตในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 


แล้วเลี้ยวเดินมาที่หมายเลข 1 เป็นอาคาร City Hall บริเวณนี้ทั้งหมดนี่ที่กล่าวมานี้แหละค่ะ UNESCO World Heritage Site สถาปัตยกรรมสวยงามอลังการค่ะ ชอบมาก


ต่อด้วยหมายเลข 2 เป็น Town Hall


ทั้งสองอาคารนี้เป็นที่สำหรับจัดแสดงนิทรรศการ ลองขึ้นไปที่อาคาร Town Hall ก็มีส่วนเล็กๆชั้นสองจัดแสดงผ้าพื้นเมือง  เดิน 5 ก้าวครบรอบลงมาเดินต่อ


ไปตามถนน Lebuh Light ไปโผลแถวหมายเลข 10 เป็น ด้านหน้าของ Penang State Museum


แล้วเดินต่อไปติดกันเบอร์ 11 เป็น ST. George’s Church เป็น The Oldest Anglican Church in the Southeast Asia ซึ่งถ่ายรูปแต่ด้านหน้าไม่ได้เข้าไปด้านใน 


แล้วเราก็เดินมาถึงแยกเลี้ยวขวาแล้วไปตามถนน LBH.Gereja  ไปที่หมายเลข 20 เป็นบ้านสีเขียว The Penang Peranakan Mansion ค่าเข้า 10 ริงกิต เข้าไปชมก็สวยงามค่ะ


เป็นบ้านเก่าของ Kapitan Chung Keng Kwee มีของใช้เก่าๆ การจัดห้อง เฟอร์นิเจอร์เก่าแบบจีนจ๋า ซึ่งมีภาพยนตร์หลายเรื่องมาถ่ายทำ และมีคู่รักมาถ่ายรูปแต่งงานด้วย






ชมเสร็จเดินออกมาสู่ถนน Lebuh Pentai ซึ่งเป็นถนนที่มีตึกสวยหลายตึก เดินไปทางขวามือถ่ายรูปตึกสวยๆพอถึงแยกถนน LBH.China ก็มุ่งหน้าจะเดินกลับไปยังหมายเลข 7 ที่ Clock tower อีกครั้ง 



แต่ฝนตกหนักแล้วเลยวิ่งกลับเข้ามาถนน LBH.Gereja มาหลบฝนกินข้าวเที่ยงที่ OldTown White Coffee ใต้ตึก Whiataways Arcade


สั่ง Orange Fizzy มาดื่มแก้กระหายซ่าดี ราคา 4.8 ริงกิต แล้วก็ลองอาหารพื้นเมือง Laksa Asam ราคา 7.5 ริงกิต รสชาติเหมือนน้ำยำปลากระป๋องเปรี้ยวมะนาวแต่ไม่เผ็ด มีชิ้นปลาด้วย เส้นเป็นสีขาวขุ่น ก็พอทานได้ค่ะ มีหอมแดงและแตงกวาซอยโรยมาด้านบนด้วย  นั่งเล่นซักพักฝนตกก็เริ่มเบาลงพอดี


เดินออกมาใหม่มุ่งหน้าหมายเลข 7  ที่ Clock Tower อีกครั้งก่อนถึงมีตึกสวยๆให้ถ่ายรูปเยอะเลย อย่าง India House, Whiteaways Arcade, Logan Building, RBS, HSBC และ Standard Chartered



ฝนยังคงโปรยปรายก็เก็บภาพแล้วรีบข้ามฝั่งเดินไปเรื่อย ผ่านท่าเรือ


เจอป้ายรถเมล์รอรถสาย 101 กะนั่งยาวกลับเมืองชายหาด แต่รอนานมากเกินครึ่งชั่วโมงแล้วไม่ไหว ฝนก็ยังปรอย ตัดสินใจไปรถเมล์ฟรี นั่งไปไม่เกิน 2 ป้าย เค้าให้ลงเป็นจุดชานชาลาของรถเมล์อีกจุดหนึ่งเรียกว่า Jetty รู้งี้เดินมาแต่แรกแล้ว


เดินไปฝั่งที่มีรถ 101 จอดรอรถนานอีกเช่นเคย  ได้ขึ้นแล้วนั่งยาวจ่ายค่ารถ 2.7 ริงกิต รถออกจากสถานี ไปเข้า Komtar คนรอเยอะมากดีนะที่ขึ้นมาต้นทางได้นั่งแล้ว  ก็นั่งชมวิวไปฝนก็ยังปรอย


การจราจรติดขัดมาก ไม่น่าเชื่อเหมือนกทม.ไม่มีผิด ฝนตกก็รถติดอัมพาต กว่าจะออกจาก Komtar มาสู่นอกเมืองใช้เวลาเกือบชั่วโมง แล้วก็กลับมาถึงที่พักได้เรียบร้อย เก็บข้าวของสัมภาระแล้วเดินออกไปชมงานสัมมนาเล็กน้อย พอเย็นก็ไปหาร้านสเต็กที่ลงไว้ในนิตยสาร Air Asia ชื่อร้าน The Ship มีรางวัลการันตีเยอะเลยต้องมาลองซะหน่อย เดินจากแถว Shangri La’s Hotel มุ่งหน้า Holiday Inn เดินไปซัก 700 เมตรก็ถึงอยู่ขวามือติดถนนเลย ร้านใหญ่โตทีเดียว มีป้ายด้านหน้าชัดเจน


เข้าไปแล้วบรรยากาศร้านสีสันดีแต่มืดไปนิด สั่งสเต็กอะไรดี


กลัวผิดหวังก็เลยสั่ง Cherbroiled Sirloin Steak หนึ่งในเมนู Chef’s Reccomendation ราคา 53.9 ริงกิต  รสชาติสเต็กใช้ได้เลย สั่งแบบสุก นี่ถ้าสั่งแบบ medium ละก็คงจะละลายในปากแน่นอน


มีแถมน้ำแตงโมฟรีเมื่อโชว์หนังสือเดินทางด้วย แหมจดซะละเอียดอย่างกับผ่าน ตม. อ่ะนะตามกฎกติกา จัดไปเลยทั้งคณะ เดินไปถามน้ำนี้ประกอบด้วยแตงโม ลิ้นจี่ และแคนตาลูปจ้า


แล้วก็เดินกลับห้องมีรุ่นน้องซื้อทุเรียนจาก Supermarket มาราคาไม่แพงแต่เนื้อเละ แล้วเม็ดก็ใหญ่ สรุปว่ากินบ้านเราอร่อยกว่าเยอะ confirm


วันที่ 4 ตอนเช้าเดินเล่นถ่ายรูปที่บ้านพักตากอากาศข้างๆ


จะลองร้านหน้าที่พักร้านนี้แต่เค้าไม่ขายเรา เออ มีเงินก็ซื้อไม่ได้แฮะ เค้าบอกว่าไว้ขาย Staff and Worker Only งง เชอะ ไม่ขายก็ไม่กินangry


แล้วขึ้นมาทำมาม่ากินที่ห้องก็ได้เพราะขี้เกียจแบกกลับด้วย แล้วนั่งพักผ่อน


พอใกล้เที่ยงเดินเข้าไปงานสัมมนา แวะชมชายหาดก่อนเที่ยงเล็กน้อย


แล้วไปรับประทานอาหารกลางวันที่ Shangri La’s บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยงสัมมนาที่ห้องอาหารนี้ 


มีเครื่องเทศโชว์ขายอีกตะหาก


หน้าตาอาหาร ไม่เน้น เน้นเค้กสวยงาม อร่อยด้วย อิอิ





อิ่มแล้วกลับห้องพัก ไปพักผ่อนตามอัธยาศัย ซัก 4 โมงเย็นเดินไป Factory Outlet Shop ตรงข้าม Shangri La’s เห็นเล็กๆ อย่างนี้เข้าไปข้างในมีแบรนด์ Juicy Couture, Ralph Lauren, Armani, Armani Exchange, Burberry และแบรนด์อื่นๆทั้ง Local และ จากอเมริกา แน่นอนว่าไปแล้วก็ได้กลับมาสิคะ ถึงสินค้าจะตกรุ่นแต่ราคาเหลือแค่ 1 ใน 3 ก็อดใจไม่ไหวตามเคย  เสียทรัพย์แล้วก็กลับมาดูงานสัมมนา 


ประมาณ 18.00 น. รับประทานอาหารค่ำที่ Shangri La’s ในงานจัดเลี้ยงของงานสัมมนา (Banquet Dinner) ประกาศรางวัลผลงานต่างๆ พร้อมชมการแสดงบนเวที เป็นลักษณะเหมือนอาหารโต๊ะจีน มีเบียร์ ไวน์ขาว และไวน์แดงให้ดื่มด้วย จัดไปlaugh




เสร็จพิธีทั้งหมดอย่างสนุกสนานประมาณ 21.00 น. กลับไปพักผ่อนที่ห้องพัก  


วันที่ 5 มื้อเช้าเราก็เดินไปฝากท้องที่ KFC


แล้วกลับมาห้องพัก ประมาณ 10.00 น. ขึ้นรถเมล์สาย 101 พาคณะไปเที่ยว  อธิบายด้วยแผนที่เดิมค่ะ


ลงหมายเลข 7 เป็น  Clock Tower, แล้วเดินเข้าชม Fort Cornwallis หมายเลข 6 ค่าเข้า 2 ริงกิต ซึ่งเป็นป้อมปราการที่สร้างเมื่อ Captain Francis Light ได้รับมอบหมายให้มาสร้างกลุ่มกำลังพลที่ปีนัง 





ชมเสร็จแล้วต่อด้วยไปเดินถนน Lebuh Pantai ที่เต็มไปด้วยตึกสวย 


พอดี 12.00 น. แวะทานข้าวที่ Old Town White Coffee ใต้อาคาร Whiteaways Arcade อีกครั้ง คราวนี้ลอง Nasi Lemak กับไก่ทอด ราคา 8.9 ริงกิต ก็อร่อยเผ็ดดีเหมือนกินข้าวคลุกน้ำพริกตาแดงชอบๆ


ทานเสร็จก็ออกมาเจอรถสามล้อเลยเหมาเพราะประหยัดเวลา ตกลงกันที่ 30 ริงกิตต่อคัน 1 คันนั่งได้ 2 คน ภายใน 1 ชั่วโมงพาไปสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆและลงถ่ายรูป  ขึ้นรถได้ซัก 10 นาที ฝนตั้งเค้ามาแล้วท่าจะไม่รอด เราเริ่มจากการไปตามถนน LBH. Gereja ผ่านหมายเลข 20 คือ The Penang Peranakan Mansion ผ่านไปโผล่ที่ถนน JLN.Masjid Kapitan Keling เลี้ยวขวาไปเจอหมายเลข 11 โบสถ์ ST.George’s Church


แล้วผ่านไปที่หมายเลข 10 เป็น Penang State Museum แล้วผ่านไปที่หมายเลข 9 เป็น Cathedral of The Assumption ตอนนี้ฝนเริ่มเม็ดใหญ่แล้ว


แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า Love Lane ผ่านชมรมพุทธ


แล้วมาโผล่เลี้ยวซ้ายเข้าถนน LBH.Buckingham ต่อมาสุดถนนด้านซ้ายมือหมายเลข 15 เป็น Kapitan Keling Mosque


แล้วเลี้ยวขวามาตามถนน LBH.Canon มาเลี้ยวซ้ายเข้าหมายเลข 17 เป็น Khoo Kongsi เป็นบ้านเก่าแก่ของสกุลคู ตระกูลใหญ่ผู้มีชื่อเสียงและมีฐานะการเงินมั่งคั่งของปีนัง ค่าเข้าคนละ 10 ริงกิต 




เข้ามาหลบฝนประมาณ 1 ชั่วโมง ฝนก็ไม่หยุดแต่เริ่มเบา คงไปต่อไม่ไหวแล้วเลยให้ลุงสามล้อไปส่งที่สถานีรถบัส Jetty โดยตอนออกมาเลี้ยวมาที่ถนน LBH.Acheh เจอกับหมายเลข 18 เป็น Masjid Melayu Lebuh Acheh


แล้วลุงสามล้อก็ขับมาโผล่ถนน Pengkalan Weld เพื่อมาส่งที่สถานีรถบัส Jetty บริเวณหมายเลข 24 เพื่อขึ้นรถบัส 101 กลับที่พักที่ Batu Ferninggi  สรุปจ่ายค่ารถสามล้อไป 40 ริงกิต เพราะลุงแกบอกว่าเกิน 1 ชั่วโมง อ่ะไม่ว่ากันแกอัธยาศัยดี  ขึ้นรถบัสอีก 2.7 ริงกิต ถึงที่พักแล้วประมาณ 6 โมงเย็นเดินออกไปทานข้าวที่ Long Beach Café บะหมี่เกี๊ยวน้ำราคา 3.5 ริงกิต หอมน่าอร่อยแต่จืดมาก ไก่สะเต๊ะโอเคเลย 10 ไม้ 8 ริงกิต ถ้ามีอาจาดด้วยจะสุดยอดมาก แต่ย่างไหม้ไปนิดนะ 


กินเสร็จเดินจะกลับแวะร้านข้างๆ กินผลไม้ซะหน่อย Fresh Fruit Platter ราคา 15 ริงกิต กิน 2 คนกำลังดี ก็มีผลไม้อย่างมะม่วง องุ่น แตงโมง แคนตาลูป และสัปปะรด โรยน้ำแข็งก้อนโตมา แล้วแวะซื้อน้ำทุเรียนแต่รสชาติเหมือนน้ำฝรั่งก็อร่อยดี เสร็จเดินกลับมาพักผ่อน



วันที่ 6 ประมาณ 8 โมงกว่าเดินไปฝากท้องที่ Mc


แล้วเดินเข้างานสัมมนา 11.30 น. รับประทานอาหารที่ Shangri La’s บุฟเฟ่ต์จัดเลี้ยงของงานสัมมนา เหมือนเดิมอาหารเราไม่เน้น เน้นเค้กสวยงามอร่อย โอ สวรรค์ อิอิ





กินเสร็จกลับที่พัก ประมาณ 15.00 น. ขึ้นรถเมล์สาย 101 เข้าไปเที่ยวห้างบริเวณ Komtar ซึ่งมี 3 ห้างติดกันถามจากเจ้าหน้าที่ Service Apartment ไปถึงก็ไปเดินห้าง Giant รึเปล่าไม่แน่ในเหมือนประตูน้ำ


เดินต่อไปห้าง 1st Avenue ก็พอได้มีแบรนด์เนมลดราคาแต่ไม่เยอะ


จะหมดเวลาแล้วยังไม่ได้ซื้อขนมของฝากเลยขึ้นไปชั้น 4 ห้าง 1st Avenue เป็นคาร์ฟูรเลยเดินไปซื้อของฝาก  ควรเตรียมถุงพลาสติกหรือถุงผ้าไปนะคะเพราะถุงพลาสติกเค้าคิดเงินราคาประมาณ 2 บาท ซื้อเยอะเลยซื้อถุงผ้าเค้าเลย 30 บาท  เสร็จแล้วหมดเวลาไม่ได้เดินต่อไปห้าง Komtar เลย  เดินกลับไปที่ท่ารถบัสใต้ตึก Komtar ไปขึ้นรถบัส 101 กลับ Batu Feringgi  ประมาณเกือบ 1 ทุ่มกลับมาที่พักเก็บของ แล้วเดินไปทานอาหารเย็นที่ Long Beach Café กินไก่สะเต๊ะ 10 ไม้ 8 ริงกิตตามเคย แล้วก็สั่งข้าวราดผัดผักใส่กุ้งแล้วก็เมล็ดมะม่วง อร่อยใช้ได้เลย 12 ริงกิต กุ้งเยอะมาก เค้าว่าบักกุเต๋อร่อยแตไม่ได้กิน ชิมแพนแค้กสตรอเบอรี่ของเพื่อนกับไอศครีมก็หนานุ่มอร่อยดี เสร็จแล้วกลับมาพักผ่อน


วันที่ 7 ประมาณ 8.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่ห้องพักแน่นอนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แล้วออกไปเดินเล่นชายหาด กลับมาพักผ่อนตามอัธยาศัย พร้อมกับเก็บของ 11.00 น. เดินไปทานมื้อเที่ยงที่ KFC เป็นไก่ทอดสูตร Crunch อร่อยดี


เดินกลับมาที่พักเก็บสำภาระเรียบร้อยลงมาขึ้นรถบัสตอนบ่ายโมงค่ารถบัสหารแล้วก็ประมาณคนละ 20 ริงกิตกว่าๆ ก็นั่งสบายกว่ารถตู้ รถขับไปเรื่อยถ่ายรูปไปเรื่อย ผ่านจุดใกล้ๆที่พักเป็น Floating Mosque ผ่านบ่อยแต่ไม่ได้ลง 


เข้าเมืองผ่านร้าน Chocolate ที่มีชื่อเสียงของปีนังร้านนี้  


เวลากลับขอเตือนว่าต้องเผื่อเวลาด้วยนะคะเพราะการจราจรบางช่วงติดขัด


พ้นช่วงเมืองก็เจอวัดไทยบ้าง วัดแขกบ้าง แล้ว 14.30 น. ถึงสนามบิน ฝากกระเป๋าขึ้นเครื่องแล้ว ไปนั่งรอที่ Gate  ประมาณ 17.30 น. Duty free shop มีนิดเดียว 


ออกจากสนามบินปีนังด้วยเที่ยวบิน FD 3546  แล้ว 18.45 น. ก็ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อย่างปลอดภัย Bye Bye Penang


จบทริปแล้วถือว่าได้ไปพักผ่อน 7 วันที่ปีนังอย่างสบายใจ แม้ว่าจะเที่ยวไม่ครบขาดวัดไทย, วัดพม่า, วัดแขก, Gurney Drive ,และที่อื่นๆ แต่ก็มีความสุขดี  คนท้องถิ่นใช้ภาษาอังกฤษได้แทบทุกคน อัธยาศัยไมตรีดีทีเดียว  ถ้ามีโอกาสมาอีกด้วยตัวเองโดยไม่เป็นผู้ติดตามกลุ่มสัมมนาคงจะพักใน George Town แล้วจะเที่ยวให้ทั่วแน่นอน(ต้องฝนไม่ตกด้วยนะ นี่เจอฝนตก 3 วันเศร้าอ่ะcrying)

หมายเหตุ-เรื่องค่าใช้จ่าย ไปใช้ชีวิต 7 วัน แลกเงินไป 10,000 บาทไทย ซื้อของก็ใช้บัตรเครดิตบ้าง ใช้เงินสดบ้าง ทานอาหารฟรีประมาณ 4 มื้อ  มื้อเช้าส่วนใหญ่ฝากท้องกับ Mc และ KFC บางมื้อก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เหลือเงินกลับมาประมาณ 3,000 บาท  (ค่าตั๋วเครื่องบินจองแบบไม่โปรโมชั่นประมาณ 6,400 บาท ค่าที่พักหารแล้วตกคืนละประมาณ 700 บาท/คืน/2 คน ซึ่งค่าที่พักกับค่าตั๋วเครื่องบินได้จ่ายไปก่อนล่วงหน้าแล้ว) 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com