One Day in Tokyo

Last updated: Mar 12, 2019  |  345 จำนวนผู้เข้าชม  |  LifeStyle ทริปท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว

One Day in Tokyo

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ มาแนะนำการเที่ยวประเทศญี่ปุ่นกันอีกแล้วค่ะ

วันนี้เรามาแนะนำสำหรับทริปเที่ยวโตเกียว 1 วัน แบบครบสไตล์กันค่ะ เหมาะกับเพื่อนๆที่มีเวลาอิสระในโตเกียว 1 วัน แต่อยากเที่ยวสัก 3 จุด 3 อารมณ์นะคะ

เริ่มช่วงเช้าเราออกไปนอกเมือง

เที่ยวสไตล์มุ้งมิ้ง กันค่ะ

ไปเที่ยว Sanrio Puroland

โดยเราได้ซื้อตั๋วล่วงหน้ามาจากประเทศไทยเลย ซื้อผ่านกับ Traveloka ที่ลิ้งนี้ค่ะ >> https://www.traveloka.com/th-th/activities/japan/product/sanrio-puroland

ได้ส่วนลดด้วย ได้ประหยัดเงิน และ ประหยัดทั้งเวลาค่ะ

ซึ่งก่อนมาเที่ยวเราก็วางตารางไว้แล้วว่าจะมาที่นี่วันไหน สำคัญค่ะ เพราะเราต้องเข้าไปเช็คก่อนว่าเค้าปิดรึเปล่า เดี๋ยวมาแล้วเสียเที่ยวโดยท่านสามารถ คลิกดูรายละเอียดของ Sanrio Puroland ในเรื่องของ วันเปิดทำการ การเดินทาง ค่าเข้าชม และรายละเอียดของพื้นที่ว่ามีอะไรให้ชมบ้าง ศึกษาข้อมูลไปก่อน จะได้ไม่พลาดจ้า เข้าไปดูได้จากลิ้งนี้เลยค่ะ >>https://th.puroland.jp/

การเดินทางนะคะ เราตั้งต้นที่สถานี Shinjuku ไปรถไฟ สาย Keio สายที่ไป Hashimoto ถ้าดูจาก Map ของรถไฟใต้ดิน จะต้องไปขึ้นรถไฟที่ Platform ของสถานี Shinjuku S01 น่ะเองค่ะ แล้วนั่งยาวประมาณ 50 นาทีโดยประมาณ ลงสถานี Tama Center นะคะ พอลงไปก็มีสัญลักษณ์การ์ตูน Sanrio ไปตลอดทางเลย เดินตามไปก็จะไม่หลงค่ะ พอออกจากสถานีให้เดินขึ้นบันไดไปตามธงของการ์ตูนเลย ไปเจอแยกใหญ่เป็นทางเชื่อมของหลายตึก เลี้ยวซ้ายจุดนี้มองตรงไปอีก 600 เมตรก็ถึงแล้วค่ะ ตรงบริเวณนี้จะมีห้างเล็กๆ หลายห้าง ถ้ายังไม่ได้รับประทานมื้อเช้ามาก็มาจัดการได้ค่ะ

แล้วเราก็มาถึง Sanrio Puroland ค่ะ

มีทั้งหมด 4 ชั้นค่ะ เข้าไปจะเป็นชั้น 3 แล้ว มี Shop ขายของ Sanrio ขนาดใหญ่ สินค้าเยอะทุกประเภท น่ารักไปซะหมดทุกสิ่ง

ชั้น 4 จะมีแบ่งเป็นโซนของตัว My Melody กับ Cinnamon กลับลงไปที่ชั้น 2 เป็นโซน FairyLand ซึ่งเป็นปราสาทต้นไม้ ตรงนี้เดี๋ยวจะมีขบวนพาเหรดกันค่ะ

ซึ่งตรงที่เป็นจุดดูหนังไม่ได้ดูนะคะ เพราะรอคิวและมีเป็นรอบ อีกอย่างไม่เข้าใจภาษาเท่าไหร่ด้วยค่ะ เลยเน้นเดินถ่ายรูปเล่นมากกว่า


ได้เวลาหิว เราแวะไปที่ Character Foodcourt ไปจัดอาหารน่ารักสไตล์ซานริโอ้กันค่ะ  จัดไปตามนี้เลย ราเมงหน้าไข่ขี้เกียจ ชุดข้าวกล่อง เลือกแบบกล่องได้ เราเลือกมายเมโลดี้ พร้อมน้ำดื่ม และซื้อโค้กเพิ่ม และขนมเพิ่มเป็นโมจิคิตตี้ และพุดดิ้งตกแต่งตัวซินนามอนค่ะ  อร่อยมุ้งมิ้งน่ารักสุดๆจ้า


 

อิ่มแล้วเดินต่อไป เจอทางเข้า Lady Kitty House พอดีจ้า ต่อคิวประมาณ 20 นาทีก็ได้เข้า เป็นบ้านของ Kitty มีมุมให้ถ่ายรูปต่างๆ มาช่วงฮาโลวีน บางจุดก็เปลี่ยนเป็น ธีมฮาโลวีนเลยจ้า


 

และจุดสุดท้ายก่อนออก ทุกคนจะได้ถ่ายรูปกับ คุณคิตตี้จ้า ซึ่งมาในธีมฮาโลวีนเช่นกัน ชอบมากเลยค่ะ

เสร็จแล้วเราก็ดูแผนผังเดินต่อไปโซนไข่ขี้เกียจกันเลย ตรงนี้ชอบมากเพราะทำเป็นพื้นที่ใหญ่ มีจุดถ่ายรูปเยอะ มีเกมส์ให้เล่นด้วย ค่ะ ธีมเป็นสายการบินไข่ขี้เกียจ ภายในก็มีทั้งคาเฟ่ เคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมือง ร้านอาหารซูชิ โอ้ย น่ารักสุดๆอ่ะ ก็ถ่ายรูปกันเยอะเลย แฮ่ๆ


 

ปิดท้ายด้วยการไปเดินซื้อของใน Shop ก่อนกลับค่ะ  

หมดไปครึ่งวันแล้ว นั่งรถไฟกลับมาถึงโตเกียวก็บ่ายสามโมงกว่าแล้ว ไปกันต่อเลย

ไปเที่ยวสไตล์ชมเมือง ชมวิวตึกสูงกันค่ะ

ที่ Tokyo Skytree

เราซื้อตั๋วล่วงหน้ามาแล้ว

ซื้อผ่านกับ Traveloka ที่ลิ้งนี้ค่ะ >>https://www.traveloka.com/th-th/activities/japan/product/tokyo-skytree-tickets-


การเดินทางนะคะ ใช้ รถไฟใต้ดิน Metro มาลงสถานี Oshiage (Z14 หรือ A20) ทางออก Exit1

 
กะว่าขึ้นไปชมวิวช่วงเย็นและรอจนค่ำไปเลย จะได้วิวชมเมืองทั้งตอนสว่างและตอนมืดในครั้งเดียวเลยค่ะ  

ระหว่างนี้เราก็เดินเล่นสำรวจจุดอื่นกันก่อน ไปที่ชั้น 1 ร้านของที่ระลึก เดินเล่นดูของ เจอทั้งขนมรูป Tokyo Skytree และ ตุ๊กตา  Sorakara-chan ซึ่งเป็น Mascot ของ Tokyo Sky Tree ค่ะ

 

ถ้าหิว แนะนำไปที่ชั้น 3 เลยค่ะ มี food court  เดินเล่นชั้น 3 ได้อีกเป็น Shop ร้านรวงต่างๆ และติดกับ Food Court มีร้าน Rilakkuma ด้วย


ช่วงเย็นแล้วไปชมวิวบนชั้น 350 ของ Tokyo Skytree กันดีกว่า ซื้อตั๋วล่วงหน้ามาก็ดีอย่างนี้แหละ  ไม่ต้องมาเสียเวลาต่อคิวค่ะ เอาเอกสารไปยื่นชั้น 4 ออกตั๋วให้เรียบร้อย ไม่ต้องต่อคิว ขึ้นลิฟท์ไปได้เลย เพียงระยะเวลา 1 นาที เท่านั้น เราก็ถึงชั้น 350 หรือ Tembo Deck แล้วค่ะ ชมวิวรอบๆ เพลินๆ



แล้วก็นั่งรอสักพักฟ้าก็มืด เราก็ได้เก็บภาพบรรยากาศเมืองโตเกียวท่ามกลางแสงไฟสวยงาม


ชมวิวจนพอใจแล้วลงบันไดไปชั้น 345 กันค่ะ มี Café หากใครอยากนั่งชมวิวพร้อมของว่างและเครื่องดื่ม หรือ ซื้อของที่ระลึกก็มี ลงต่อไปอีกตามป้าย Glass Floor ไปเลย ค่ะ ไปจุดที่พื้นกระจกใส มองไปให้เสียววาบ ดีนะ ที่แผ่นกระจกไม่กว้างมาก  แล้วก็ลงลิฟต์สู่ชั้นล่างกันค่ะ

 

ประมาณ 6 โมงครึ่ง ยังไปต่อได้อีกยาวไกลค่ะ

สไตล์ช็อปปิ้ง ต้องมี

ไปช็อปปิ้งที่ตลาด Ameyoko กันค่ะ

การเดินทาง รถไฟฟ้าใต้ดิน Metro ลงที่สถานี Ueno (G16 หรือ H17) ทางออก Exit 9 นะคะ เป็นทางเข้าตลาด Ameyoko

บรรยากาศ 2 ข้างทางเต็มไปด้วยร้านขนม ร้านขายยา ร้านอาหารสด อาหารทะเล ร้านของแห้ง ร้านเสื้อผ้าและรองเท้ากีฬา เดินไปก็จะไปเจอทางแยกเป็น 2 ทางแบบนี้ ถ้าไปทางซ้ายจะมีของสด และแผงขายอาหารแบบ street food ถ้าไปทางขวาจะมีร้านรวงต่างๆ และมีร้านอาหาร เช่นกันค่ะ เราเลือกไปทางซ้ายก่อน ก็เข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ ได้ขนมของฝาก และ พวกครีมในร้านเครื่องสำอางติดมือมาบ้างนิดหน่อย จ้า เพลินๆดี


เรามาที่นี่กันหลายรอบ เลยแถมแนะนำร้านอาหารที่ได้ลองมาด้วยเลยละกันค่ะ

Horumonnbanntyou อ่านออกเสียงว่า โฮ-รุ-มง-บัง-โจะ สายเนื้อมาลองดูน้า เนื้อแบล็ควากิวดี๊ดีค่ะ


 

Nadai Unatoto
ร้านข้าวหน้าปลาไหลอร่อย ราคาไม่แรง ที่ไปเปิดสาขาที่ประเทศไทยแล้วค่ะ


 

ร้าน Hachinoki
เดินขึ้นไปชั้นสองของตึก เมนูสุกี้น้ำดำ อร่อยมากมายค่ะ


 

Bouya
ร้านนี้ก็ เนื้อย่าง อร่อย ดีงามมาก จนต้องสั่งเพิ่มเลย


 

อิ่มแล้วอย่าลืมไปลุ้นกาชาปองกันนะคะ ตู้ยาวเหยียดมาก ฝั่งฟุตบาทที่ตรงข้ามกับทางไปสวน Ueno Park ค่ะ

 

จบทริป 1 วัน แบบได้ทุกสไตล์ ทั้งมุ้งมิ้งถ่ายรูป, ชมวิวเมืองจากมุมสูง , ช็อปปิ้ง และอิ่มอร่อย ภารกิจสมบูรณ์ สำหรับคนที่วางแผนทริปเที่ยวโตเกียวอยู่ก็มาดูเป็นตัวเลือกกันได้ค่ะ

 

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวโตเกียวแนะนำจองตั๋วเครื่องบินผ่าน Traveloka ที่ลิ้งนี้เลยค่ะ  >> https://www.traveloka.com/th-th/flight

ตามด้วยการจองห้องพักผ่านกับ Traveloka ที่ลิ้งนี้ได้เลยค่ะ >> https://www.traveloka.com/th-th/hotel


ขอให้ทุกท่านสนุกกับการไปเที่ยวนะคะ แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

***********

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com