Japan Trip 2019 Part Tokyo

Last updated: Mar 12, 2019  |  304 จำนวนผู้เข้าชม  |  LifeStyle ทริปท่องเที่ยว

Japan Trip 2019 Part Tokyo

พาไปเที่ยวโตเกียวกันอีกแล้วค่ะ  เพราะโตเกียวเที่ยวได้ทุกฤดูกาลค่ะ  ทริปนี้ไป 6 คืน 7 วัน

เรามาเริ่มวันแรกและ Part1 ในรีวิวนี้จะแนะนำจุดที่เราไปเที่ยวในโตเกียวของทริปนี้กันก่อนเลยค่ะ

คลิกชมวีดีโอ/Video Clip

 



เริ่มออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองค่ะ
เวลาตีสองนะคะ

ไปเช็คอินที่ Counter ของ NokScoot กันก่อนเลย แถวยาวอยู่แต่ก็เคลียร์แถวได้เร็วดี
ผ่าน ตม. เข้า Gate แล้วเราแวะไปรับประทานอาหารให้อิ่มก่อนขึ้นเครื่องจะได้หลับสบายค่ะ ไปที่ Miracle Lounge สนามบินดอนเมืองกันเลยค่ะ


เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงค่ะ บินดึก บินเช้า มีเวลาเหลือ ไม่อยากช็อปปิ้ง มานั่งที่นี่ได้เลย

พิกัดอยู่ในสนามบินดอนเมือง Terminal 1 (บินต่างประเทศ) เมื่อเข้า Gate มาแล้ว จะเจอทางเดินไป Gate ฝั่งซ้ายมือที่มี King power dutyfree shop เดินผ่านไปพอสุดพื้นที่ของ King Power ก็จะเห็นป้ายของ Miracle Lounge เลยค่ะ
แสดงบัตร Priority Pass ของคุณเพื่อเข้าใช้บริการได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือ บัตรสายการบินที่ร่วมรายการ บัตรที่เข้าฟรีก็ตามนี้เลยค่ะ

Priority Pass ใช้บริการได้ฟรี
Dragon Pass ใช้บริการได้ฟรี
Lounge Key, Lounge club ใช้บริการได้ฟรี
บัตรเครดิตกสิกร The Wisdom ใช้บริการได้ฟรี
บัตรเครดิต Citi Premier ใช้บริการได้ฟรี 2 ครั้ง/ปี
ลูกค้า AIS Serenade AIS Serenade Platinum รับส่วนลด 60% (2 สิทธิ์/เดือน/โครงการ)
หลังจากนั้นรับส่วนลด 20% ไม่จำกัดจำนวนครั้ง
AIS Serenade Gold และ Emerald รับส่วนลด 20%
สำหรับผู้ไม่มีบัตรใดเลย มีค่าใช้จ่ายในการใช้บริการอยู่ที่ 700 บาท/คน/2 ชั่วโมง นะคะ


 
คลิกอ่านรายละเอียดที่ลิ้งนี้ค่ะ >> https://www.nanareview.com/content/10018/miracle-lounge-don-mueang-airport

อิ่มเรียบร้อยแล้วไปขึ้นเครื่องกัน

เส้นทางบินของ NokScoot จากกรุงเทพ-สนามบินนาริตะ เป็นเครื่องลำใหญ่ boeing 787 ที่นั่งแบ่งเป็น 3-4-3 นะคะ Space จัดว่าดี ไม่อึดอัด


ถ้าใครหิวก็สั่งอาหารกันได้เลยบนเครื่อง หรือ ก่อนขึ้นเครื่อง 48 ชั่วโมงสามารถสั่งเมนูล่วงหน้าไว้ได้ด้วยค่ะ จากหน้าการจัดการการจองของเรา


จองตั๋วบินกับ NokScoot ที่ลิ้งนี้เลยค่ะ >> https://www.nokscoot.com/th/

Flight ดึก อิ่มแล้ว ขึ้นเครื่องแล้วก็หลับยาวไปเลยค่ะ

แล้วเราก็มาถึงสนามบินนาริตะ ประเทศญี่ปุ่น ตอน 10.25 น. สบายๆ

ผ่าน ตม. แล้วลงมาที่ชั้น 1 ของสนามบิน ไปซื้อบัตรรถไฟต่างๆ สำหรับเข้าไปในโตเกียว และแวะที่ JR East เคาน์เตอร์ เพื่อไปซื้อ Tokyo Wide Pass สำหรับไว้ใช้เที่ยวนอกเมืองตามแผนที่วางไว้ประมาณ 3 วันค่ะ จ่ายไป 10,000 เยน


ประมาณ 45 นาที เราเดินทางเข้าโตเกียวด้วยรถไฟ Keisei Skyliner ต่อเดียวถึงสถานี Ueno เลยค่ะ


ลากกระเป๋าไปที่พักกัน เดินไปทางหน้าตลาด Ameyoko แล้วเข้าซอยไป ตาม Google Map ไปค่ะ

เราพักที่นี่ค่ะ

Ueno New Izu Hotel  ตลอดทริปเลยค่ะ


ห้องพักกว้าง 18 ตร.ม. กำลังสบายไม่อึดอัด ราคา 6 คืน อยู่ที่ 65,000 เยนค่ะ
มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่พวกสำลี หมวกอาบน้ำ ไม่มีนะคะ กรุณาเตรียมไปเลยค่ะ


 

พร้อมแล้วไปเที่ยวในโตเกียวกันเลย

ย่านอาซากุสะ

Sensoji Temple
หรือ คนไทยเรียก วัดอาสะกุสะ วัดชื่อดังประวัติยาวนาน ความศักดิ์สิทธิ์อันโด่งดัง ภายในมีพระโพธิสัตว์กวนอิมทองคำ มาไหว้พระขอพรกันค่ะ และสัญลักษณ์ที่ใครมาก็ต้องเก็บภาพไว้คือโคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ของประตูวัดทั้งชั้นในและชั้นนอกค่ะ

 

นอกจากวัดจะดังแล้ว ถนนหน้าวัดก็ดังไม่แพ้กัน ระยะแค่ 200 เมตรก่อนถึงวัด คือ ถนน Nakamise เต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ ทั้งขนม ของที่ระลึก เรียกได้ว่าดูกันเพลิน กินกันเพลินไปเลย

 
Admission : Free
Metro : Asakusa (G19 หรือ A18) ทางออก Exit1
Open Daily : 6.30-17.30

 
Asakusa Culture Tourist Information Center
ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวย่าน Asakusa อยู่ตรงข้ามประตูหน้าวัดฝั่ง Kaminarimon Gate ค่ะ

สามารถมาสอบถามการท่องเที่ยวที่นี่ได้ โดยชั้น 8 สามารถขึ้นไปชมวิวฟรีค่ะ ไปเก็บภาพมุมสูงของย่าน Asakusa กันค่ะ


 
Admission : Free
Metro : Asakusa (G19 หรือ A18) ทางออก Exit1
Open Daily : 6.30-17.30

 
ย่าน Ueno

Ueno Park
สวน Ueno สวนขนาดใหญ่ประจำเมืองโตเกียวอีกแห่งที่ห้ามพลาด ไปเดินเล่นชมสวน ภายในมีศาลเจ้า วัด หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์ และสวนสัตว์  ในช่วงซากุระ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสี จัดว่าเป็น Highlight ที่ห้ามพลาดค่ะ มาเดินเล่นเก็บบรรยากาศที่นี่กัน


 
Admission : Free
Metro : Ueno Station (G16 หรือ H17) ทางออก Exit 9
Open Daily : 9.30-17.30


ตลาด Ameyoko / Ameyayokocho
แหล่งรวมสินค้ามากมายทั้งเสื้อผ้า รองเท้า อาหารสด Street food ร้านขนม ร้านขายยา ที่คนไทยชอบซื้อฝากกัน ที่สำคัญ มีร้านเกมส์ตลอดทางให้ได้เล่น และอย่าลืมตู้กาชาปองยาวเหยียด ติดถนนขนานกับสวน Ueno ด้วยนะคะ

 
Admission : Free
Metro : Ueno Station (G16 หรือ H17) ทางออก Exit 9
Open Daily : 10.00-20.00

ย่านนี้เรามาเดินปิดท้ายอยู่หลายวัน เพราะใกล้ที่พักมีร้านที่ได้ลองชิมไปรอบนี้ 3 ร้านค่ะ

Nadai Unatoto

ร้านข้าวหน้าปลาไหลอร่อย ราคาไม่แรง ที่ไปเปิดสาขาที่ประเทศไทยแล้วค่ะ

 

ร้าน Hachinoki

เดินขึ้นไปชั้นสองของตึก เห็นป้ายว่ามีปิ้งย่าง ขึ้นไปตอนกลางวัน เค้าเอาแต่เมนูสุกี้ และ ชาบูมา ก็ตามนั้นจัดไป สุกี้น้ำดำ อร่อยมากมายค่ะ

ด้วยความอยากกินเนื้อย่างสักมื้อ ก็ต้องจัดให้ได้แล้วก็เดินมาเจอร้านนี้ค่ะ

Bouya

เนื้ออร่อย ดีงามมาก จนต้องสั่งเพิ่มเลย



ย่าน Yushima​ Tenjin​ Shrine
เที่ยวศาลเจ้า Yushima Tenjin Shrine ค่ะ ไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และขอพรกัน และที่นี่จะมีเทศกาลดอกบ๊วย ทุกปีนะคะ ช่วงเวลาของปี 2562 นี้ คือวันที่​ 8​ ก.พ.-8​ มี.ค.62​ ค่ะ ขอบอกว่าสวยมากๆ ดอกบ๊วยหลายๆต้นบานแล้วมาอยู่รวมกัน


 
Admission : Free
Metro : Yushima Station (C13) ทางออก Exit 3
Open Daily : 8:00-19:00


ย่านชิบูย่า / Shibuya
ไปเจอรูปปั้น หมาฮาจิโกะ / Hachiko  แล้วไป Shopping ย่านนี้ เต็มไปด้วยตึกต่างๆ ที่มี Shop ร้านรวงมากมาย และชมความวุ่นวายของการจราจรอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ 5 แยกชิบูย่า / Shibuya Crossing

 
และอย่าลืมแวะไปนั่งชั้น 2 ของร้าน Starbucks เพื่อดื่มด่ำบรรยากาศย่านนี้และชมวิวกันนะคะ ไปช่วง กลาง ก.พ. ก็จะมีเครื่องดื่มและคอลเลคชั่นซากุระด้วยค่ะ

 
Admission : Free
Metro : Shibuya Station หรือ F16 , G01 , Z01
ทางออก Exit 8

 
ย่านชินจูกุ

Shopping ห้างย่านชินจูกุ

Odakyu Department Store
นักช้อปไม่ควรพลาดห้างย่านนี้ มี Shop แบรนด์เนมและสินค้าต่างๆมากมายค่ะ


MYLORD
ห้างนี้แนะนำเลยสำหรับสาวๆ ที่ชอบแฟชั่นแบบวินเทจ สวยๆ หรือ แฟชั่นตามฤดูกาล เสื้อผ้าและของใช้ผู้หญิงที่นี่สวยมาก ชั้น 1-6 เดินเพลินสุดๆ ถ้าหิวขึ้นบันไดเลื่อนไปหาของกินได้ที่ชั้น 7-9 ค่ะ

 
Admission : Free
Metro : Shinjuku Station หรือ E27, S01
Open Daily : 10.00-21.00


Shinjuku Gyoen National Garden
เดินเที่ยวสวนสาธารณะชินจูกุ เป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของชินจูกุ ประกอบด้วยสวน 3 สไตล์ ญี่ปุ่น อังกฤษและฝรั่งเศส แม้จะสร้างมาแล้วมากกว่า 100 ปี แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย ภายในสวนสาธารณะนอกจากจะปลูกต้นซากุระหรือเมเปิ้ลมากกว่า 10,000 ต้นแล้ว ยังมีดอกไม้สวยๆ เช่น กุหลาบ คามีเลีย และอื่นๆ อีก ทำให้ไม่ว่าฤดูไหน สวนนี้ก็งดงามละลานตาไปหมดค่ะ


Admission : JPY 200
Metro : Shinjuku-Gyoenmae Station หรือ M10
ทางออก Exit 2
Open Daily : 9:00-16:00

 

ได้ไปลองราเมง อร่อย ระดับ มิชลินสตาร์ 1 ดาวด้วยค่ะ

Soba House Konjiki Hototogisu
อยู่ใกล้สวน Shinjuku Gyoen National Garden

รอคิวประมาณ 30 นาทีได้เข้าไปรอคิวต่อในร้าน อีก 15 นาที ก็ได้นั่งโต๊ะ ก็จัดว่าอร่อยค่ะ เป็นแบบเส้นโซบะ ซุปเกลือ แต่ร้านมีที่นั่งไม่เยอะนะคะ ใครจะไปก็ต้องเผื่อเวลาไปต่อคิวกันด้วยนะคะ อร่อยระดับ Michelin Guide มาหลายปี แล้วก็ได้ Michelin Star 1 ดาว ของโตเกียวปี 2019

เมนูแนะนำ Shio Ramen ค่ะ

https://www.facebook.com/Konjikihototogisu/

ได้ข่าวว่าไปเปิดที่ Singapore แล้วด้วย ไปลองกันได้นะ 

Facebook: Konjiki Hototogisu Singapore 金色不如帰



ย่าน Tsukiji

Tsukiji Hongwanji
โบสถ์วัดพุทธที่มีความสวยงาม เข้าไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรได้ค่ะ

Admission : Free
Metro : Tsukiji Station หรือ H10
Open Daily : 6:00 – 17:00

Tsukiji Fish Market
มาอิ่มอร่อยเดินกิน เดินชิมอาหารทะเลสดๆ กันที่ตลาดปลาแห่งนี้ค่ะ ไม่ได้มีแค่อาหารทะเลนะคะ พวกเนื้อย่างดีๆ ก็มี ซูชิ , ราเมง , ฯลฯ


Admission : Free
Metro : Tsukiji Station หรือ H10
Open Daily : 9:00 – 14:00
*************

จบ Part1 เที่ยวในโตเกียวแล้วลองวางแผนกันดูค่ะว่าชอบตรงไหนก็ไปตรงนั้นเลย

ไปเที่ยวกันต่อที่ Part2 เที่ยวสกีรีสอร์ทครั้งแรกพร้อมเก็บสตรอว์เบอร์รี่สดหวานฉ่ำค่ะ

>>https://www.nanareview.com/content/10026/gala-yuzawa-snow-resort

*************

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com