เที่ยวเกาะสุกร และ ตรัง วันที่ 2

Last updated: Nov 2, 2016  |  3519 Views  |  Trip Review

เที่ยวเกาะสุกร และ ตรัง วันที่ 2


เที่ยวเกาะสุกร-เมืองตรัง วันที่ 2
(Date : 26 May 2016)

ความเดิม >>เที่ยวเกาะสุกร-เมืองตรัง วันที่ 1 <<



มาชมทริปวันที่ 2 กันต่อค่ะ ก่อนนอน
เราได้นัดหมายว่าวันรุ่งขึ้น
เราจะไปชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้น
จากขอบฟ้ากันที่ท่าเรือของเกาะสุกรค่ะ 
พอเช้าตีห้าครึ่งเราก็มาตั้งกล้องรอ
ตั้งแต่แสงรำไรกันเลยทีเดียว

สวยงามจริงๆ หลากสีสันของท้องฟ้ายามเช้า



ช่วงเวลาสำคัญ มีเพียง 2 นาทีเท่านั้น หลังจากที่ฟ้า
เปลี่ยนมาหลายสี เวลา 6.10 น. พระอาทิตย์ก็โผล่จริงจัง
ขึ้นมาจากหลังภูเขา ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 2 นาทีค่ะ
แล้วก็โผล่โพ้นเต็มดวง



เก็บภาพกันเสร็จแล้วเราก็นั่งรถซาเล้งไปบริเวณชุมชนค่ะ
มีร้านสภากาแฟเล็กๆ ไปดื่มชาร้อน กาแฟร้อน
พร้อมกับของว่างอย่างข้าวเหนียวปิ้ง
ข้าวเหนียวสังขยา ปาท่องโก๋
นี่คือวิถีชีวิตยามเช้าของชาวเกาะสุกรค่ะ
พอเค้ามาเจอกัน คุยกันตรงนี้แล้วก็
แยกย้ายกันไปทำงานค่ะ




ส่วนเรายังไม่จบ ไปต่อบริเวณชุมชนบ้านหาดทรายทองเมื่อวาน
จุดที่เรากินโรตี เช้านี้เค้าขายอาหารเช้ากัน เป็นข้าวราดแกง
ข้าวหมกไก่ น้ำพริกกะปิ มีชุดผักวางแบบนี้เลย




เส้นหมี่ขนมจีน และ หมี่แดงแกงเนื้อ หูยย อร่อยเด็ด




ปิดท้ายด้วยการกลับไปทานอาหารเช้าที่
ญาตา รีสอร์ท เวลา 7.30 น.ค่ะ
มีข้าวเหนียวปิ้ง ปาท่องโก๋ ชา กาแฟ
ข้าวต้มไก่, หมี่แดงไก่ และข้าวผัดไก่




เสร็จแล้วเราก็ไปพักผ่อนเดินเล่นกับน้องปูกันค่ะ
วิ่งไวน่าดู มีปูเยอะเลย


กลับไปอาบน้ำพักผ่อนนิดหน่อย 10 โมง
ได้เวลานัด ไปเที่ยวรอบเกาะสุกรกันต่อค่ะ


คราวนี้เราขับรถไปตามถนนรอบเกาะเป็นวงกลมเลยค่ะ
เส้นทางรอบเกาะทั้งหมด 14 กม. เอง


จุดแรก ร้านเกาะสุกรบาติก เป็นร้านทำผ้าบาติก
ด้วยฝีมือพี่เค้าค่ะ ลงสีสวยงาม พี่เค้าทำเป็นอาชีพเสริมค่ะ
อาชีพหลักคือกรีดยางพารา



ไปกันต่อเราก็จะพบเห็นวิถีชุมชน
ซึ่งเป็นชาวประมงเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เก็บอวน
และเตรียมอวนไปวาง ดัก ปลา ดัก ปู ค่ะ


ต่อไปที่ท่าเรือตรงนี้ค่ะ เป็นจุดที่มีการยกอวนกุ้งสดๆ
ขึ้นมาค่ะ นี่ไง ตัวโตดีจัง มีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงที่ค่ะ



แวะไปต่อที่ท่าเรือสูหยม เป็นที่จอดเรือประมงของชาวบ้านค่ะ




ขับผ่านหมู่บ้านกัน
มีมัสยิด มีโรงเรียนค่ะ



ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดค่ะ ท่าเรือลาหงา
เป็นที่ชาวบ้านเอาเรือประมงมาจอดค่ะ
ตรงนี้เป็นป่าโกงกาง และ น้ำใสไหลเย็นมาก


ชมชีวิตรอบเกาะ Slowlife ไปเรื่อย ไปถึง
ตรงนี้ค่ะ หาดทรายทอง หาดทรายขาวที่สุด
ของเกาะสุกรค่ะ


เที่ยงแล้ว
ไปทานอาหารเที่ยงกันที่ สุกรคาบาน่ารีสอร์ท ค่ะ


ลักษณะห้องพักก็เป็นหลังๆ
ดีเช่นกัน สนใจก็ติดต่อกันได้ค่ะ



หน้าหาดเค้าก็เป็นหินแต่เงียบสงบดี
ตอนน้ำลงก็คงจะเดินเล่นได้นะคะ


อาหารกลางวันที่เราได้สั่งไว้ล่วงหน้ามีดังนี้ค่ะ
กุ้งชุปแป้งทอด , กุ้งผัดต้นหอม ,
ปลามงผัดพริกผัดขิง , ผัดพริกแกงไก่ , ผัดผัก ,
ไข่เจียว และ ปลาดุกผัดเผ็ด



ปิดท้ายด้วยมะม่วงเบาจิ้มกะปิ


แล้วเราก็เดินทางกลับไปที่ ญาตา รีสอร์ท
เพื่อเก็บกระเป๋า เดินทางเข้าเมืองตรังกันค่ะ
ขามาเรามาทางอ้อมเพราะจะไปเที่ยว
เกาะเหลาเหลียงก่อน ส่วนขากลับเรายิงตรง
จากท่าเรือเกาะสุกร ไปที่ท่าเรือตาเส๊ะเพียง 15 นาที
เราก็ขึ้นฝั่งถึงเมืองตรังแล้วค่ะ (ค่าเรือคนละ 30 บาท
หรือเหมาลำในราคา 240 บาท/เที่ยว)

ขึ้นรถตู้ไปสนามบินแต่ยังพอมีเวลาสัก 1 ชั่วโมง
เราแวะเที่ยวที่ สวนพฤกษศาสตร์ทุ่งค่าย
ซึ่งมีเนื้อที่ 2,600 ไร่ เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์
เวลา 8.30-16.00 น. เค้ามีห้องพัก และ
ห้องประชุมสำหรับรองรับกลุ่มสัมมนาได้นะคะ
สอบถามกันได้ค่ะ โทร.075-280166



แวะดื่มน้ำเย็นๆ ที่ร้านค้าสวัสดิการกันก่อน
ตรงนี้มีกรงสัตว์บางชนิดให้ดูด้วยค่ะ




แล้วเราก็เดินไปตามป้ายนี้เลยค่ะ
เส้นทางศึกษาเรือนยอดไม้


เดินไปเรื่อยๆ จะเจอกับโซนป่าดิบชื้น
และ ป่าสมุนไพร ต้นไม้ที่นี่สูงร่มรื่นดีจริงๆค่ะ




แล้วเราก็มาถึง สะพานศึกษาธรรมชาติเรือนยอดไม้
แล้วค่ะ มีความยาวทั้งหมด 175 เมตร มีความสูง 3 ระดับ
คือ 10 เมตร , 15 เมตร และ 18 เมตร มีหอคอยจำนวน 6 หอ
โครงสร้างเป็นเหล็ก สามารถรองรับน้ำหนักได้
300 กิโลกรัม ต่อ 1 ตร.ม. 



มาเริ่มเดินไต่ระดับความสูงกันเลยค่ะ


หูยยย ก้าวเดียวก็เสียวได้จริงๆ



จะว่าไปเป็นที่เดียวในเมืองไทยก็ว่าได้นะคะ
ที่สวนพฤกษศาสตร์มีสะพานสูงให้ชมยอดไม้แบบนี้
สุดยอดไปเลยเมืองตรัง



เดินไปเก็บภาพไปค่ะ ไม่ค่อยได้ดูยอดไม้เท่าไหร่ค่ะ
ยอมรับเลยเพราะบางจุดมันสูงไม่กล้ามองลงมา
ได้แต่มองไปข้างหน้า แฮ่ๆ







ชมวิวความเสียว เอ้ยยย ความสูง กันเสร็จแล้ว
เราก็เดินทางไปสนามบินตรังค่ะ เนื่องจากใกล้เวลาบินแล้ว
จริงๆที่สวนพฤกษศาสตร์นี้เค้ามีพื้นที่ทางราบ
ให้เดินศึกษาธรรมชาติด้วยนะคะ หากมีเวลาสัก
2-3 ชั่วโมง แนะนำว่าให้มาเดินชมธรรมชาติให้ทั่วไปเลยค่ะ

ก่อนถึงสนามบินตรัง เราใช้เส้นทาง ตรัง-สตูล
เจอต้นปาล์มเป็นแนวยาว ประมาณ 2 ก.ม.
เป็นเอกลักษณ์ของเมืองตรังอีกจุดค่ะ
ขอเก็บภาพสักหน่อยค่ะ


มาถึงสนามบินตรังแล้วเราเดินทางกลับด้วยสายการบิน
AirAsia ค่ะ ทานข้าวแกงเขียวหวานอร่อยๆกัน
แล้วก็ถึงดอนเมืองที่เวลา 20.00 น.ค่ะ



จบทริปแล้ว ฝากทิ้งท้ายไว้กับประโยคสั้นๆค่ะ
"เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้"
"ไทยเที่ยวไทย"
เพราะเมืองไทยยังมีที่เที่ยวสวยๆดีๆอีกมากค่ะ
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านค่ะ


ขอขอบคุณผู้สนับสนุนหลักสำหรับกิจกรรมวันนี้ค่ะ
-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย , ผู้บริหาร และ ทีมงานทุกท่าน
thai.tourismthailand.org
www.facebook.com/ทททการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
www.facebook.com/thaitourismnews

-สำนักงาน ททท.ตรัง และ สตูล

-AirAsia Thailand
www.airasia.com/th
www.facebook.com/AirasiaThailand

 






Powered by MakeWebEasy.com