HongKong ฉบับ 2016 เที่ยวทุกปี ไม่มีเบื่อ

Last updated: Jul 18, 2016  |  2606 Views  |  Trip Review

HongKong ฉบับ 2016 เที่ยวทุกปี ไม่มีเบื่อ


HongKong ฉบับ 2016 เที่ยวทุกปีไม่มีเบื่อ

(Date : 15 June 2016)
มีทริปเที่ยวฮ่องกงมาฝากกันอีกแล้วค่ะ
มีโอกาสหยุด 3 วันสบายๆ จะไปเที่ยวไหนได้คะ
ในงบไม่เกินสองหมื่นบาทต่อคน รวมทั้งกินทั้งช็อป
ก็ต้องฮ่องกงนี่แหละค่ะ รอบนี้ไปกับครอบครัวใหญ่ทั้งหมด 6 ชีวิต
มีครบ Generation ทั้งเด็ก ,  ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ค่ะ
ตอนแรกจะซื้อทัวร์แต่ราคาวันหยุด 3 วัน
กระโดดไปไกลเลยไปเองดีกว่า


มาเริ่มกันเลยค่ะ

วันที่ 1

ออกเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชีย
บินคุ้มคุณภาพครบ เวลาบิน 6.35 น.
แต่สารภาพผิดเลยว่าประมาทดอนเมืองเกินไปค่ะ
ไม่ได้มาเกือบ 2 ปี สำหรับบินต่างประเทศ
กะว่ามาถึงตี 5 สบายๆ แต่คือ เจอนักท่องเที่ยวจีนเยอะมากจริงๆ
พอโหลดกระเป๋าได้รวมเวลาต่อคิวคือ 1 ชั่วโมง
กว่าจะผ่าน ตม. อีกเกือบครึ่งชั่วโมง วิ่งไปเกือบตกเครื่องค่ะ
คือ จำไปจนวันตาย ขอเตือนว่าถ้าบินออกนอกประเทศ
หรือในประเทศก็ตาม สายการบินนี้ผู้ใช้บริการเยอะมาก
เผื่อเวลาไปเลยค่ะ 3-4 ชม. นะคะ

ขึ้นไปนั่งเหงื่อยังไม่ทันแห้ง ก็ทานอาหารเช้าบนเครื่องกัน
ซึ่งเราได้สั่งซื้อและเลือกเมนูไว้ล่วงหน้าค่ะ ข้าวเหนียวไก่ย่างดีงาม
ข้าวกะเพราะไก่ก็โอเค ก๋วยเตี๋ยวผัดสิงคโปร์รสชาติดี
ปิดท้ายด้วยขนมหวาน ของลูกสาวเป็นโมจิหยดน้ำ
แต่ถ่ายไม่ทัน แฮ่ๆ


ไปถึงฮ่องกง 10.30 น. กว่าจะผ่านตม. รับกระเป๋า
เดินไปซื้อบัตร Octopus คนละใบไปเลย ขึ้นรถไฟฟ้าด่วน
Airport Express ลงสถานีสุดท้าย สถานี ฮ่องกง เลยจ้า


บนรถไฟฟ้า Airport Express เดี๋ยวนี้เค้ามีที่เสียบชาร์ต
อุปกรณ์กันได้นะคะ แฮ่ๆ มี wifi ให้ใช้ฟรีประมาณ 15 นาที


ถึงสถานีฮ่องกงแล้ว 11 โมงกว่า
เดินไปตามป้าย Free Shuttle Bus


ก็ไปอ่านป้ายได้ค่ะ จะไปฝั่งเกาลูนก็ได้
จะไปฝั่งฮ่องกงก็ได้ แบบรถเมล์เวียนไปจอดตามป้ายจอด
โรงแรมต่างๆ เสียค่าบริการแตะบัตร Octopus ได้เลย
หรือ Shuttle Bus ฟรีของโรงแรมต่างๆ ของฝั่งฮ่องกง
ก็ตามป้ายนี้ค่ะ มีเบอร์ด้วยเผื่อโทรถามโรงแรม


คือว่า 11 โมงครึ่ง เรามาพลาดไปนิดเดียว
รถ Shuttle Bus ฟรี ของโรงแรม Habour Plaza North Point
พึ่งออกไป คือ ต้องรออีก 1 ชม. เลยทีเดียวค่ะ
ก็ถามสมาชิกเอาไง ตกลงร่วมกันว่านั่งเล่นนั่งรอค่ะ

เกือบ 1 ชั่วโมง รถของโรงแรมก็มาค่ะ
ไปโรงแรมกันเลย ฟรี!!!


ประมาณ 10 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ จากสถานีฮ่องกง
ไปโรงแรม Habour Plaza North Point
(ถ้าเดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานี Hong Kong
ก็ประมาณ 7 สถานีค่ะ มาลงที่สถานี Quarry Bay แล้วออก Exit C)


ที่เลือกพักที่นี่เพราะเคยมาพักเมื่อ 3 ปี ก่อนแล้วโอเค
พอมาหลายคนราคาก็ประหยัดกว่าแถวเกาลูน
เมื่อเทียบกับขนาดของห้องด้วยอ่ะค่ะ
เช็คอินแล้วไปดูห้องกัน


ห้องแบบเตียงเดี่ยว 2 เตียงค่ะ มีอ่างอาบน้ำ





ห้องแบบเตียงคู่ ไม่มีอ่างอาบน้ำค่ะ
ห้องทั้ง 2 แบบ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ 
ห้องเตียงคู่นี่มีไมโครเวฟ และมีตู้ใส่จาน เตาไฟฟ้า
เผื่อทำอาหารได้ด้วยนะคะ





ทุกห้องมีหัวปลั๊กแบบนี้วางไว้ให้ใช้ ดีจัง
เผื่อลืมเอามาก็ชาร์ตได้เลยค่ะ ไม่ต้องไปหาซื้อ
แต่ข้อเสียของโรงแรมนี้คือ ในห้องพักยังไม่มี Free wifi
บริการค่ะ มีแต่ตรง lobby เง้ออออ โบราณละจุดนี้


อ่ะ บ่ายกว่าแล้วยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง
เราเดินออกจากโรงแรมทั้งคณะมุ่งหน้าไปวัดแชกงค่ะ
เดินทางด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน จากหน้าโรงแรมเดินข้ามถนนไป
มี Starbucks และมี Supermarket นะคะ พักที่นี่ไม่อดตายแน่นอน


เดินตรงไปก็ถึงทางลงสถานีรถไฟฟ้า
เป็นสถานี Quarry Bay Exit C ค่ะ 



แขวนท้องไปอย่างหิว นั่งรถไฟฟ้าอ้อมไปทางสายสีม่วง
ไปต่อสีเขียว ไปต่อสีฟ้า เง้ววว ลงสถานี Tai Wai
แล้วออกไปเดินหาข้าวกิน ลงไปไม่สนใจละเจอร้านนี้
จัดเลยหิวโซทุกคน บอกพิกัดไม่ได้
บอกชื่อร้านไม่ได้ หน้ามืด หิว แฮ่ๆ ขำๆนะคะcool
เซ็ตอาหารราคาประมาณ 50-70 เหรียญ
จัดไป 2 คนต่อ 1 เซ็ต เพราะเยอะอยู่



อิ่มแล้วก็เดินกลับไปขึ้นรถไฟฟ้าอีก 1 สถานี
ไปลงสถานี Che Kung Temple แล้วออก Exit B ค่ะ
แล้วเดินไปตามป้ายเลย


ไปไหว้เทพเจ้าแชกง แล้วหมุนกังหัน
ขอพร รับโชค รับทรัพย์ ปัดสิ่งไม่ดีออกไปค่ะ เย้ๆ
ได้กลับมาที่นี่อีกแล้ว ชอบค่ะ ศักดิ์สิทธิ์จริงๆนะ
ศรัทธามากค่ะ






เสร็จแล้วเราก็เดินกลับอีกทาง
มาขึ้นรถไฟฟ้าสายสีฟ้าที่สถานี Tai Wai กันเลย
ไปต่อสายสีเขียว และสีแดง แล้วลงสถานี Central ค่ะ
ออกที่ Exit J2  แล้วเดินผ่านสวนสาธารณะไปตามป้าย
The Peak Tram กันค่ะ



เห็นตึกหน้าต่างแบบนี้คือถึงแล้ว ค่ะ The Peak Tram
ซื้อบัตรผ่าน หรือ แตะบัตร Octopus เข้าไปต่อคิวขึ้นรถรางกันค่ะ



รถรางมาแล้ว ใช้วิชามารเบียดกันหน่อย
ขึ้นรถรางไป The Peak กัน



ถึงแล้วเดินผ่านห้างย่อมๆ ขึ้นไปชั้น 4 จุดชมวิวค่ะ


น่าเสียดายมากที่อากาศดี แต่มีเมฆเยอะ
ทำให้จุดชมวิวมองลงไปไม่เห็นยอดตึกของเมืองฮ่องกงเลยค่ะ
เดินวนไปมาเมฆก็ยังหนาไม่จางเลยตัดสินใจลงดีกว่า






ลงมาที่ชั้น 2 แถวหน้าร้านอาหารร้านหนึ่งแอบ
เก็บภาพเมืองมาได้ประมาณนี้นะคะ เมฆเยอะจริงๆ


ค่ำพอดี 6 โมงเย็น เดินไปอีกฝั่งเป็น
The Peak Galleria


มีร้านอาหาร ไปทานกันเลยร้าน The Sweet Dynasty
จัดไป ติ่มซำ โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยวหลอดปาท่องโก๋
แชร์ๆกันค่ะ รสชาติโอเค


ปิดท้ายด้วยขนมหวาน เป็นพุดดิ้งผลไม้
เสิร์ฟมา dry ice อลังการ


แล้วก็ไปต่อคิวขึ้นรถรางกลับ
มีฝนปรอยๆด้วย ฮือ เศร้า เปียกปอนด์นิดหน่อย
ขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินกลับโรงแรม นอนค่ะ


วันที่ 2
ออกจากโรงแรม 8 โมง เที่ยวรถบริการของโรงแรม
เส้นทาง B ค่ะ



แล้วก็มาลงที่สถานี Central เดินลงไปรถไฟฟ้าใต้ดิน
หิวแล้ว เจอร้านนี้จัดการเลย
คนละชุด ที่นั่งไม่มี ยืนกินกันสนุกเลย


แล้วก็เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าสายสีส้มเพื่อลงสถานี Sunny Bay
แล้วต่ออีก 1 สถานี ลง Disney Land ค่ะ

ถึงแล้ว Disney Land ดินแดนสวนสนุกของทุกเพศ
ทุกวัยจริงๆ



เราซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้ามาแล้ว พอถึงทางเข้า
ให้มองทางขวามือ มีตู้อัตโนมัติแบบนี้ค่ะ


เข้าไปสแกนบาร์โค้ก print ตั๋วออกมาได้เลย
จุดนี้ถ้างง มีพนักงานเค้าทำให้อยู่แล้วค่ะ สบายมาก



10 โมง ประตู Disney Land เปิดพร้อมสำหรับทุกคนค่ะ



แน่นอนว่าเดินไปชมของที่ระลึกไปเรื่อย


แล้วก็เข้าโซนเครื่องเล่นกันค่ะ


ไปโซน Adventure แล้วต่อด้วยโซน Toy story
ลูกสาวชอบมาก เล่นเครื่องเล่นกัน 2 อย่างตรงนี้
ขอบอกว่าสนุกทุกเพศทุกวัยจริงๆค่ะ
แต่มันเป็นวันเสาร์ก็รอคิวกันพอสมควรค่ะ



ไปนั่งรถเล่นในอาคารโซน Mystic Point


แล้วก็มา Fantasy Land
มีทางเดินชมสวนเล็กๆ น่ารักๆ
ให้ถ่ายรูป หรือ ไขลานเล่นๆกัน



ไปต่อที่ Small World


หิวแล้วเราก็ไปทานข้าวเที่ยงกัน
เหมือนเดิม 1 ชุดอาหารต่อสองคน เพราะเยอะมาก
อาหารในนี้ก็แพงพอสมควรค่ะ ชุดละ 100 เหรียญ




อิ่มแล้วจัด Pop Corn ซะหน่อย   


แล้วก็ไปโซน Tomorrow Land ค่ะ
ไปเล่นเครื่องเล่นอีก 2 อย่าง


แต่รอนานที่สุดก็อันนี้อ่ะ ขับรถ 1 ชั่วโมงกว่าจะถึงคิว
รอทรหดมาก แต่ลูกจะรอ ก็จัดไป



ห้าโมงกว่าก็พอหอมปากหอมคอ ลูกสาวทำท่าไม่อยากกลับ
ต้องบอกว่าไว้รอบหน้าค่อยมาเที่ยวใหม่ แฮ่ๆ 


ไป Citygateoutlets กันค่ะ
ไปที่ Food Republic ก่อนเลยหิวโซละ จัดไป





อิ่มแล้วไปเดินย่อย Shopping ทุ่มกว่าแล้วก็เดินทางกลับโรงแรมค่ะ



วันที่ 3
ตุนมาม่าไว้ มื้อเช้าห้องใครห้องมัน แฮ่ๆ ประหยัดเวลา
จริงๆ วันนี้วางแผนว่าจะไปเที่ยวห้างใกล้ๆโรงแรม
จะได้ไม่เหนื่อย แต่สมาชิกบอก
อยากกลับไป Citygateoutlets เอ้า ไปก็ไป!!!
10 โมงเลยเช็คเอาท์แล้วลากกระเป๋าขึ้น
Shuttle Bus โรงแรม ไปลงสถานี Central



แล้วไปรถไฟฟ้าใต้ดินเหมือนเมื่อวานเลยค่ะ
นั่งไปสุดสายสีเหลืองสถานี Tung Chung
ไปถึงยังไปส่องดูคิว
ขึ้นกระเช้านองปิง ไม่ได้วางแผนจะมาแต่แรก
เห็นคิวแล้วเพลีย เดินกลับไป Citygateoutlets
ดีกว่า 11 โมงครึ่ง กินข้าวที่เดิม Food Republic จัดไปค่ะ












อิ่มแล้วผลัดกันเฝ้าของและไปเดิน Shopping
หืมมม เกือบ 3 ชั่วโมง ได้เสียทรัพย์จริงจัง
ทั้งเสื้อยืด รองเท้ากีฬาราคาดีมาก จัดไปแทบคนละคู่
แล้วก็นั่งพักขาอีกแป๊บก็เดินทางไปขึ้น Airport Express
ที่สถานี Tsing Yi ค่ะ  ถึงสนามบิน 4 โมงเย็น
คือ เผื่อเวลาเลย กลัวเหมือนตอนขามา แฮ่ๆ
ตอนลงจาก Airport Express ให้สังเกตให้ดีนะคะ
ว่าจะลงสนามบินเช็คอินที่ Terminal 1 หรือ Terminal 2
ประตูเปิดซ้ายกับขวาอ่านป้ายก่อนลงให้ดีค่ะ
จะได้ไม่ต้องเดินไกล  เราไป Terminal 2 ค่ะ
ถึงแล้วไปต่อคิวเช็คอินโหลดกระเป๋า
ที่ counter Air Asia ก่อนเลย

โหลดกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็วิ่งแว๊บกลับไป
Terminal 1 เพื่อไป Refund บัตร Octopus
คืนเงินที่เหลือค่ะ

วิ่งกลับมาแล้วเดินเข้า Gate เลย Shopping
ซื้อเครื่องสำอาง น้ำหอม ช็อคโกแลตของฝากเสร็จ
และกินมื้อเย็นเสร็จสรรพ ไปเลย


ได้เวลาบินเดินไปรอที่ Gate กันค่ะ จุดนั่งรอเดี๋ยวนี้ก็มีที่เสียบปลั๊กสบายๆค่ะ
แล้วก็เดินทางกลับถึงดอนเมือง 4 ทุ่ม อย่างปลอดภัย



ฮ่องกงไปเที่ยวง่าย ไปได้บ่อยๆค่ะ
จริงๆทริปนี้ตอนแรกวางแผนจะไปกินร้านโน้นร้านนี้
แต่คือ ไม่ได้ไปตามโปรแกรมกินเลย
เพราะถ้าเที่ยวเองแล้วมาหลายคนแบบนี้
ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลา
หรือไปตามแผนที่อยากจะไปให้ครบได้ค่ะ
ไว้คราวหน้ามาแก้ตัวใหม่สำหรับร้านที่อยากไปค่ะ

enlightenedสรุปงบประมาณค่าโรงแรมและตั๋วเครื่องบินไปกลับ
จองผ่าน Web Agent อยู่ที่ 13,000 บาท/คน คาเดินทาง
ค่าเข้าสถานที่เที่ยว  ค่าอาหารค่า รวมทุกมื้อแล้ว
ค่าใช้จ่ายอยู่ทริปนี้ทั้งหมดอยู่ที่ 18,000 บาท/คน
ไม่รวมค่าซื้อของนะคะ
ถือว่าประหยัดกว่าไปทัวร์ค่ะ เพราะราคา package ทัวร์
ตอนจะจองราคากระโดดไปที่ 23,000 บาท/คน และทิปต่างหาก
แต่ก็ลำบากหน่อยเดินขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินไกล
และได้ไปเที่ยวไม่ครบจุด แต่ก็สนุกดีค่ะ
ไว้เจอกันใหม่ Hong Kong!!!





 

Powered by MakeWebEasy.com