เที่ยวโตเกียวดีสนีย์รีสอร์ท ตอนที่ 1

Last updated: Nov 8, 2017  |  3455 จำนวนผู้เข้าชม  |  LifeStyle ทริปท่องเที่ยว

เที่ยวโตเกียวดีสนีย์รีสอร์ท ตอนที่ 1

ประเทศญี่ปุ่นอยากไปเที่ยวมานานแล้วค่ะ หลังจากเค้ายกเลิกวีซ่าสำหรับคนไทย ก็ได้แต่จดๆจ้องๆ พอเก็บเงินพร้อมก็ได้เวลาจัดทริปค่ะ ไม่เคยไปมาก่อนเลยตอนแรกก็จะจองไปกับทัวร์ซึ่งข้อดีก็คือ คุมงบประมาณได้ ประหยัดเวลาเดินทางและได้เที่ยวครบโดยไม่ต้องวางแผนเองนะคะ  แต่จากการศึกษาข้อมูลแล้วคิดว่าน่าจะพอเที่ยวเองได้ และไปกับลูกสาว 8 ขวบ เน้นเที่ยวดีสนีย์แลนด์และดีสนีย์ซีเป็นหลัก จึงตัดสินใจไปเอง และเน้นเฉพาะการไปเที่ยวสวนสนุกสองแห่งนี้เนื่องจากมีวันลาพักร้อนจำกัดค่ะ  พอตัดสินใจว่าจะไปเองแล้วอันดับแรกเราก็หาช่วงเวลาก่อนว่าเราจะไปช่วงไหนที่สวนสนุกไม่แน่นเกินไป

เช็คจำนวนคนเข้าสวนสนุกได้ตามเว็ปนี้เลยค่ะ  http://www15.plala.or.jp/gcap/disney/

 


ขออธิบายตามหมายเลขเลยนะคะ
1.แถบสีชมพูคือโตเกียวดีสนีย์แลนด์
2.แถบสีน้ำเงินคือโตเกียวดีสนีย์ซี
3.เลือกเดือนที่เราจะไปค่ะ ที่เห็นเป็นเดือน ก.พ.ปี 2017

วงกลมข้างๆ เดือน ใช้เลื่อนไปเพื่อเลือกเดือนที่เราสนใจจะไปได้ค่ะ

4.เป็นข้อมูลตารางแจ้งกิจกรรมอื่นๆของเดือนนั้นค่ะ

5.เป็นแถบสีที่บอกจำนวนผู้เข้าสวนสนุกโดยประมาณค่ะ

คือ พยายามเลือกวันที่คนไปเที่ยวน้อยๆ

จะได้ไม่ต่อคิวเครื่องเล่นนานค่ะ คิดว่าช่วงสีขาวถึงสีเหลืองนี่พอไหวนะคะ

ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นวันธรรมดาค่ะ สีส้มเป็นต้นไปเราก็พยายามเลี่ยงค่ะ

6.เป็นช่วงเวลาที่เราคาดว่าจะไปเป็นแถบสีเหลือง

และมีบอกอุณหภูมิของแต่ละวันพร้อมสัญลักษณ์สภาพอากาศไว้คร่าวๆด้วยค่ะ
 

อ่ะ เลือกวันไปได้แล้วเราก็ไปซื้อตั๋วเครื่องบินกันค่ะ

ซื้อตั๋วเครื่องบินสายการบินไหนดี เดี๋ยวนี้สายการบิน low cost ราคาดีงามมากนะคะ ไปกลับคนละหนึ่งหมื่นบาทต้นๆ แต่พอดีว่าไปกับลูกสาวอายุ 8 ขวบ ขอเลือกการบินไทยก็แล้วกันจ่ายแพงอีกหน่อย แต่ได้เวลาบินแบบที่เราพอใจค่ะ ก็จองตั๋วออนไลน์หรือผ่าน agency ที่ท่านชอบเลย สรุปจองตั๋วเครื่องบินไปกลับที่ราคาคนละ 18,000 บาท สามารถโหลดกระเป๋าได้คนละ 30 กก. และมีอาหารเสิร์ฟค่ะ

ลำดับต่อมาจองโรงแรมค่ะ เราเน้นเที่ยวดีสนีย์เท่านั้นเลยจองใกล้แถวนั้น 3 คืนเลยค่ะ จะเลือกโรงแรมไหนลองดู จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Tokyo Disney resort ดูได้ค่ะ http://www.tokyodisneyresort.jp/th/tdl/


ในนี้จะระบุโรงแรมที่ติดกับสวนสนุกเลย ซึ่งตกแต่งสวยงามแต่ราคาค่อนข้างสูงและห้องพักว่างหายากเหลือเกินตัดทิ้งไป  ทีนี้ก็จะมีโรงแรมที่เป็นพันธมิตรของดีสนีย์รีสอร์ทและอยู่รอบนอกออกมาที่มีรถรับส่งบริการ ก็ลองเลือกดูค่ะ  สรุปเราเลือกโรงแรม Oriental Hotel Tokyo Bay นะคะ ซึ่งอยู่ห่างจากสวนสนุก 3 กม. มีรถบริการรับส่งไป Tokyo Disney resort ตลอดทั้งวันค่ะ และเป็นป้ายจอดรถบัส Airport Limousine bus เดินทางไปกลับสนามบินได้ง่าย เพราะเราไม่อยากหอบกระเป๋าลากขึ้นรถไฟฟ้าไปหลายต่อค่ะ พอเลือกโรงแรมได้แล้วเราก็จองโรงแรมผ่านเว็บไซต์ agency ที่คิดว่าชอบเลยค่ะ ได้มาที่ราคา 12,000 บาท สำหรับ 3 คืน แบบไม่รวมอาหารเช้าค่ะ

ก่อนวันเดินทาง 10-15 วัน เราก็มาเช็คสภาพอากาศวันที่เราไปค่ะ ลอง search google คำว่า japan weather 15 days ดูนะคะ จะขึ้นมาหลายเว็บเลยค่ะ อุณหภูมิอยู่ในช่วงฤดูหนาวของโตเกียว วันที่เราไป 3 วัน คือ  8-15 องศา เสื้อผ้าต้องเตรียมให้พร้อมค่ะ เดี๋ยวนี้มีนวัตกรรมเสื้อผ้ากันหนาวเยอะ ยอมจ่ายซื้อของแบรนด์ดีๆ ที่ราคาไม่แพงมากอย่าง uniqlo สามารถใส่กันหนาวได้ดี โดยไม่ต้องใส่หลายๆชั้นให้ตัวหนาเป็นหมี ได้ค่ะ อุณหภูมิ 8-15 องศา แนะนำว่าท่อนบนให้ใส่ heatech 2 ชั้น แล้วใส่เสื้อกันหนาวขนเป็ดอีก 1 ตัวสบายๆ ค่ะ ส่วนท่อนล่างก็ใส่ heatech 1 ชั้นกับกางเกงยีนส์กันหนาวก็เอาอยู่ค่ะ ส่วนหมวก ผ้าพันคอ รองเท้า ถุงเท้า ถุงมือ ร่มพกพา เตรียมให้พร้อมค่ะ

ก่อนไปเราก็ไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมอื่นๆได้ที่เว็ปไซต์อย่างเป็นทางการของ Tokyo Disney Resort เว็ปนี้เลยค่ะ  มีภาษาไทยให้อ่านค่ะ http://www.tokyodisneyresort.jp/th/tdl/
ซึ่งมีทั้งรายละเอียดแผนผัง เครื่องเล่น โซนต่างๆ ร้านอาหาร คลิปตัวอย่างเครื่องเล่น ครบเลยค่ะ มีแผนที่รวม แผนที่แยกดีสนีย์แลนด์ และดีสนีย์ซี คลิกเข้าไปแต่ละเครื่องเล่นก็มีบอกตำแหน่งแผนที่ด้วยค่ะ


แต่ละวันสวนสนุกอาจจะเปิดไม่พร้อมกันให้คลิกดูที่ปฏิทินนะคะ สีชมพูคือเวลาเปิดปิดของดีสนีย์แลนด์ ส่วนสีฟ้าเป็นของดีสนีย์ซี อ่านเยอะๆ คลิกอ่านไปเรื่อยๆให้ครบเมนู เค้าจะบอกรายละเอียดทุกอย่างไว้ครบเลยค่ะ

และท่านสามารถคลิกซื้อตั๋วเข้าสวนสนุกทั้งสองแห่งได้เลยค่ะ จะได้ไม่เสียเวลาไปต่อคิวซื้อตั๋วที่ด้านหน้าสวนสนุก เราซื้อแบบ 2 วันไปเลยแต่ซื้อผ่าน Agency ซึ่งเค้าจะให้ระบุเลยว่า วันไหนจะไปดีสนีย์แลนด์ และวันไหนไปดีสนีย์ซีค่ะ รวมแล้วหมดไป สำหรับค่าบัตรสวนสนุก ผู้ใหญ่ ราคา 2 วัน 13,200 เยน และ ของเด็ก 8,600 เยน ค่ะ ซึ่งทาง Agency จะ print เอกสารแทนตั๋วซึ่งมีบาร์โค้ตให้เราไปสแกนเข้าสวนสนุกตามวันที่เราแจ้งเลยค่ะ สะดวกมากมาย ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวซื้อตั๋วหน้าสวนสนุก

*สิ่งที่ต้องเตรียมเพิ่มเติม ได้แก่ ยาแก้ไข้แก้ปวดเผื่อป่วย , แลกเงินสกุลเยนให้พร้อม , สภาพร่างกาย, เช่า pocket wifi ให้พร้อม (เราเช่าไป 200 บาท/วัน) หรือ ซื้อ Sim Card ใช้อินเตอร์เน็ตได้ไปเลย ตอนนี้ประหยัดกว่าใช้ Pocket Wifi นะคะ  และแนะนำให้ซื้อประกันภัยการเดินทางค่ะ

แนะนำ Sim2Fly ใช้งานอินเตอร์เน็ตในแถบเอเชียราคาประหยัดค่ะ อ่านรีวิวที่ลิ้งนี้ค่ะ >> https://www.nanareview.com/content/9432/sim2fly-ais-review



ทุกอย่างที่ต้องซื้อล่วงหน้าเราได้ทำการซื้อหมดแล้วทีนี้ก็เดินทางกันเลยจ้า

 
วันที่ 1 ออกเดินทาง
เราเดินทางวันอาทิตย์ตอนเช้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ แนะนำให้ทำ web check-in มาก่อนนะคะ หรือมาทำที่ตู้ก่อนเดินเข้า counter ก็ได้ค่ะ เพราะจะได้โหลดเฉพาะกระเป๋าแถวจะสั้น และประหยัดเวลาได้ค่ะ

พร้อมแล้วเราบินด้วยไฟลท์ TG676 เครื่องบินแบบแอร์บัส A380 ออกจากสุวรรณภูมิ เวลา 8.00 น. ระยะเวลาบินประมาณเกือบ 5 ชม. หลับบ้าง ดูหนังบ้าง มีอาหารเสิร์ฟดีงาม พอเริ่มเมื่อยมากๆแล้วก็ถึงพอดีค่ะ

 
แล้วเราก็มาถึงสนามบินนาริตะที่เวลา 15.50 น. ซึ่งเวลาท้องถิ่นของญี่ปุ่นเร็วกว่าเมืองไทย 2 ชม. ใน สนามบินมี wifi-free ค่ะเปิดใช้เลย ผ่าน ตม. แล้ว ขณะนี้เราอยู่ที่ Terminal 1 นะคะ (แต่ละสายการบินจะลงที่ Terminal ต่างกันค่ะ) เราก็ออกไปขึ้นรถบัส Airport Limousine bus ไปโรงแรมกัน
ซึ่งก่อนเดินทางเราได้ศึกษามาแล้วโดยการเข้าไปที่เว็ปไซต์นี้ค่ะ http://www.limousinebus.co.jp/en/


ขออธิบายตามหมายเลขเลยนะคะ

1.เลือกเส้นทาง สนามบินนาริตะ

2.เลือกปลายทางว่าเราจะไปลงย่านไหน ซึ่งย่านของโรงแรมเราใกล้ดีสนีย์ แต่ไม่ได้ติดสวนสนุก คือ จังหวัดชิบะ เขตอุรายาสุค่ะ (แต่ถ้าท่านจองโรงแรมที่ติดดีสนีย์เลย ให้ท่านเลือก ปลายทางก่อนสุดท้ายคือ Tokyo Disney Resort Area Hotels ค่ะ)



3.เลือกปลายทางย่านที่รถบัสไปแล้ว ก็มาเลือกป้ายจอดค่ะ  มี 4 แห่ง  ซึ่งโรงแรมที่เราเลือก Oriental Hotel Tokyo Bay เป็นจุดจอดค่ะ (ที่เลือกโรงแรมนี้ก็เพราะงี้เอง) เลือกครบแล้วกด Search


4.จะเห็นว่าแต่ละ terminal ของสนามบินรถบัสจะมาจอดรับเวลาไหนค่ะ ซึ่งของเราเป็น Terminal 1 ให้เดินไปที่ South Wing ลงเครื่อง เกือบ 4 โมงเย็น เราก็ควรจะไปทันรถรอบ 17.40 น. แล้วช่วงเวลาด้านล่างระบุว่าถึงปลายทางคือชื่อโรงแรมเราประมาณ 18.35 น.ค่ะ

5.เลื่อนลงมาจะมีค่าโดยสารต่อเที่ยวบอกไว้นะคะ ส่วนราคาผู้ใหญ่ที่เห็น 2,450 เยน นั้น ตอนซื้อตั๋วเราแจ้งพนักงานได้ว่าซื้อแบบไปกลับ เค้าจะให้ตั๋วเล็กๆมา 1 ใบเก็บไว้ด้วยค่ะ สำหรับแจ้งตอนขากลับ ซึ่งจ่ายไปเลย 3,600 เยน ประหยัดไปได้อีกค่ะ แต่ตั๋วเด็กไม่มีราคาไปกลับนะคะ ก็ต้องซื้อต่อเที่ยวที่ราคา 1,230 เยน ค่ะ ** ขากลับสามารถซื้อตั๋วรถบัสที่ปลายทางก่อนเวลาที่เราจะเดินทางได้เลยค่ะ (ซึ่งอยู่บริเวณจุดที่เราลงรถปลายทางนั่นเองค่ะ ถ้าหาไม่เจอถามพนักงานโรงแรมได้ค่ะ)


6.เลื่อนลงมาเรื่อยๆ จะมีข้อมูลว่าเราต้องไปซื้อตั๋วตรงไหนและขึ้นรถจุดไหนค่ะ เราอยู่ Terminal 1 ก็ตามภาพค่ะ สีส้มเป็นจุดขายตั๋ว

7.สามารถกดดูเวลาขากลับจากโรงแรมได้เลยว่าหากวันกลับเราต้องออกจากโรงแรมเที่ยวไหนเพื่อมาถึง terminal ที่สนามบินให้ทันเวลาค่ะ

เรียบร้อยค่ะพอเราออกจาก ตม. รับกระเป๋า เดินออกมาเราก็เจอเคาน์เตอร์ขายตั๋วรถบัสพอดีเลย ซื้อตั๋วแล้วพนักงานก็แจ้งเลยว่าเที่ยวต่อไป 17.40 น. ให้ไปรอที่ป้ายเบอร์ 5 ค่ะ และชี้ทางออกให้เราเดินออกประตูไปก็เจอพอดีค่ะ

พอใกล้เวลารถมาจะมีพนักงานมาดูตั๋วเรา (ใบสีขาว) แล้วจัดคิวขึ้นรถ พร้อมให้แท็กกระเป๋าและเบอร์กระเป๋า(ใบสีแดง) ถามว่าเราลงป้ายไหน เวลาลงรถเค้าจะมาหยิบกระเป๋าตามสีป้าย และเช็คหมายเลขที่ให้ไว้กับเราอีกทีเพื่อไม่สลับกระเป๋ากับท่านอื่นค่ะ

เสร็จแล้วก็ขึ้นรถสบายๆ นั่งไป ประมาณ 55 นาที ชมวิวเรื่อยๆ ก็ถึงโรงแรมค่ะ

ถึงแล้ว โรงแรม Oriental Hotel Tokyo Bay ไปเช็คอินกันก่อน ข้างๆ lobby มี Disney Shop ด้วย ลูกสาวก็แทบจะปรี่เข้าไปเลย  ได้ห้องแล้วค่ะ ไปดูกัน

ห้อง Standard กว้าง 25 ตร.ม. ถือว่ากว้างอยู่สบายของญี่ปุ่นเลยนะคะ มีทุกอย่างครบค่ะ 

คลิกชมห้องพักโรงแรมรูปแบบคลิปวีดีโอ

 ห้องน้ำเป็นส้วมอัจฉริยะ มีอ่างอาบน้ำ มีสบู่ของ DHC ให้ใช้และมีโฟมล้างหน้าของชิเซโด้ด้วย ดีงาม ในตู้ก็มีเสื้อคลุม รองเท้า เตารีด ไดร์เป่าผม ด้านบนตู้มีหมอนและผ้าห่มเพิ่มให้ด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ นอกจากนี้ยังมี เครื่องนวดเท้า , เครื่องฟอกอากาศ และ wifi free ด้วยค่ะ เตียงสะอาด หลับสบาย แม่บ้านมาทำความสะอาดทุกวัน ประทับใจมากค่ะ


 
ออกไปสำรวจหาของกินกันค่ะ ลงไปที่ lobby โรงแรม แล้วเดินออกไปที่ทางเชื่อม ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเป็นสถานีรถไฟฟ้า Shin-Urayasu นะคะ สามารถนั่งรถไฟฟ้าเข้าไปเที่ยวเมืองกันได้เลย หรือจะไปดีสนีย์แลดน์ด้วยรถไฟนี้ก็ได้ นั่งไปอีก 1 สถานีเองค่ะ  ตรงนี้มีทางเชื่อมไปห้างสรรพสินค้าชื่อ Arte และ Aeon ค่ะ เราไป Aeon ค่ะ ไปที่ชั้น 4 มีร้านอาหารให้เลือก มีอาหารไทยด้วยนะ  จัดไปร้านชื่อ kineya ชุดอาหารเด็ก 1 ชุด ให้ลูกกิน แล้วเราก็ลงไปเดินเล่นเล็กน้อย มีตู้ไข่ให้ไขเล่นกัน แล้วไปที่ Supermarket ชั้น 1 อาหารไม่แพง ซื้อผลไม้และอาหารไปตุนไว้เป็นมื้อเช้ากันค่ะ


 

วันที่ 2 เที่ยวดีสนีย์แลนด์

ตื่นเวลา 6 โมงกว่า ก็สบายๆ วันนี้เราไป DisneyLand กันค่ะ เช็คจากเว็ปเรียบร้อยว่าสวนสนุกเปิด 8 โมง กินอาหารเช้าที่ตุนไว้กันในห้องเรียบร้อยแล้ว บะหมี่โปเกม่อน อร่อย น่ารักมุ้งมิ้งมากเลย

เสร็จแล้วก็ลงไปชั้น 1 ของโรงแรมค่ะ มีป้ายบอกรถบัสรอไปดีสนีย์แลนด์ค่ะ ขึ้นรถนั่งสบายๆ ประมาณ 10 นาทีก็ถึงค่ะ

พอถึงสวนสนุกแล้วเราก็ใช้บาร์โค้ตสแกนเข้าเลย ดูแผนผังสวนสนุกคร่าวๆได้จากเว็ปไซต์ของดีสนีย์เลยค่ะ http://www.tokyodisneyresort.jp/th/tdl/


แล้วเราก็เดินไปที่เครื่องเล่นที่กดบัตร fastpass ซึ่งในดีสนีย์แลนด์มี เครื่องเล่น 8 อย่างที่สามารถกดบัตร fastpass ได้  ซึ่งตู้กดบัตรมักอยู่ตรงข้ามกับทางเข้าเครื่องเล่นค่ะ

พอเดินไปแล้วใกล้ที่สุดคือ มอนสเตอร์อิงค์ค่ะ ไปกดเลย ใช้บาร์โค้ตสอดเข้าเครื่อง ก็จะได้ตั๋ว fastpass ออกมาหน้าตาแบบนี้ค่ะ


อธิบายตามภาพเลยนะคะ

1.ชื่อเครื่องเล่น

2.เราต้องนำบัตร fastpass กลับมาที่เครื่องเล่นในเวลาดังกล่าว แล้วเข้าช่อง fastpass เดินเข้าไปได้เลยไม่ต้องต่อคิวปกติค่ะ

3.เวลาที่เราสามารถกดบัตร fastpass ของครั้งต่อไปได้ค่ะ


พอกดได้แล้วเราก็ไปเล่นเครื่องเล่นอื่นกัน ก็เห็นอันที่ ใกล้ๆกัน Startour ป้ายโชว์รอ 25 นาที ก็ไปต่อคิวเลยดีกว่า

 

อีกอย่างที่ช่วยเราได้ค่ะ แนะนำให้โหลด Application ทางมือถือค่ะ ตามภาพนี้นะคะ

 
ช่วยได้เยอะเลย คือ ในแอ็พจะบอกว่าเครื่องเล่นไหนรอคิวน้อยๆ เราก็เดินไปเล่นอันนั้นก่อนค่ะ พร้อมแผนที่ ของเครื่องเล่น และร้านอาหารค่ะ

คลิกชมคลิปบรรยากาศเครื่องเล่นต่างๆภายในดีสนีย์แลนด์

 
ไปกันต่อที่เครื่องเล่น Roger Rabbit’s นะคะ นั่งรถสบายๆ หมุนนิดหน่อย ไม่หวาดเสียวค่ะ



ต่อด้วย Gadget’s Go Coaster เป็นรถไฟขนาดเล็ก เหวี่ยงเล็กน้อยให้พอได้กรี๊ดจ้า

 

ต่อด้วยเรือของโดนัลด์ดั๊ก เข้าไปเดินเล่นถ่ายรูปเฉยๆค่ะ

 

และติดกัน กู๊ฟฟี่เพนท์ ไปกดยิงสีใส่ผนังกัน แฮ่ๆ

 

เดินไปถ่ายรูปกับปราสาทซินเดอเรลร่า กันบ้าง

 

โผล่ไปลงเรือมาร์กเทวน รอ 5 นาทีเรือก็มาค่ะ นั่งเรือชมวิวชิลๆ

 

ต่อด้วยรถไฟชมวิวรอบๆแม่น้ำกันต่อ ออกแนว พักแข้งขา แฮ่ๆ

 

ได้เวลาหิว ก็หากินไปเรื่อยค่ะ แวะร้านนี้มีซูโรสไส้ครีม และ พัพเนื้อรูปถั่ว ข้างหนึ่งไส้เนื้อ อีกข้างเป็นไส้ถั่ว อร่อยดีงาม

 

ไปที่ Haunted Mansion นะคะ ก็เข้าไปนั่งรถชมเรื่องราวออกแนวผีๆ แต่ไม่น่ากลัวค่ะ สบายๆ

 
ต่อด้วยบ้านพิน็อคคิโอ้ (ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ)


เดินกลับไปเล่น Monster Inc ที่เรากดบัตร Fastpass ไว้ค่ะ เป็นรถรางไปด้านในชมเรื่องราว monster inc เรื่อยๆค่ะ


หิวอีกแล้ว ออกมาแวะกินอีกร้าน เป็นพัฟไก่ กับโมจิสีเขียวหน้ามนุษย์ต่างดาว อร่อยดี ด้านในมี 3 ไส้นะคะ ช็อคโกแลต , ครีม และสตอเบอร์รี่ค่ะ

 

ไปต่อกันที่ Small World นั่งเรือชมการ์ตูนน่ารักๆไปเรื่อยๆค่ะ

 

ไปต่อที่ Space Moutain ซึ่งเราได้กดบัตร Fastpass ไว้ค่ะ กรี๊ดกระจาย แฮ่ แฮ่

 

ต่อที่ มิคกี้ฟิลฮาร์เมจิก เป็นการนั่งดูโชว์ 3 มิติ เรื่องราวของโดนัลด์ดั๊กพาเราไปเจอกับตัวการ์ตูนต่างๆ สนุกดีค่ะ

 

อ่ะพาเหรดเอลซ่ามาพอดีเลย

 

ต่อด้วยใกล้ๆกัน Peterpan’s fight เป็นกระเช้ารางนั่งไปสบายๆชมวิวภายในค่ะ

พอจุดนี้เราจะไปกดบัตร Fastpass บ้านหมีพูห์ แต่ปรากฎว่า เค้าเอาโซ่มากั้นและมีผ้าคลุมตู้แล้ว นั่นแสดงว่ามีผู้เล่นกดไว้จนรอบสุดท้ายเต็มแล้วค่ะ ซึ่งหลายๆเครื่องเล่นที่กดบัตร Fastpass ได้ก็เป็นแบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นวางแผนให้ดีนะคะถ้าไม่อยากพลาดเครื่องเล่นที่อยากเล่น ทีนี้ถ้าอยากจะเล่นต้องต่อคิวอย่างเดียวซึ่งขณะนั้นบ้านหมีพูห์ในแอ็พโชว์ 110 นาที เลยขอบายไปก่อน


เริ่มหิวอีกแล้วค่ะ หอมไก่มากๆ ไปจัดเลย ต่อคิวนิดหน่อย ขาไก่งวงรมควัน ใหญ่มาก อร่อยดี 700 เยน

 

ไปต่อที่ปราสาทซินเดอเรลล่ากันค่ะ 5 โมงเย็นแล้วแดดเริ่มไม่มี มีแต่ลม เริ่มหนาวขึ้นละ เข้าไปดูของสวยๆงามๆ ถ่ายรูปเล่น สวมรองเท้าแก้วกันค่ะ

 

ไปที่ บัซไลท์เยียร์ ซึ่งเรากดบัตร Fastpass ไว้ค่ะ นั่งรถยิงเอาแต้มสนุกสนานเลย
 

จบจากบัซไลท์เยียร์ ได้เวลา 6 โมงเย็น เราก็ไปจับจองที่นั่งเพื่อดูขบวนไฟพาเหรดสุดอลังการกันค่ะ

ประมาณ 6 โมงครึ่ง ผู้คนเต็มไปหมดเลย มาแล้วค่ะขบวนพาเหรด น่ารัก ประทับใจ สวยงาม


 

เสร็จแล้วลูกบอกอยากเล่นบ้านสโนวไวท์ผจญภัย อีก ก็ไปต่อคิวกัน แป๊บเดียวได้เล่นค่ะ (ไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ)

 พอประมาณทุ่มครึ่งถึงสองทุ่มมีโชว์หน้าปราสาทเป็นการ์ตูนแอนนิเมชั่นด้วยนะคะ ตอนนั้นคนก็ดูโชว์เยอะมาก ได้แต่มองแสงไฟอยู่ห่างๆ  เราตัดสินใจระหว่างกลับไปต่อคิวเล่นบ้านหมีพูห์ซึ่งในแอ็พโชว์รอคิว 60 นาที ถ้าเล่นก็เล่นได้ก่อนสวนสนุกปิด 4 ทุ่ม กับเดินเข้าร้านของที่ระลึกแล้วกลับเลย  ลูกบอกว่าไม่อยากเล่นต่อแล้วก็ดีเหมือนกันค่ะอย่าฝืนถ้าดึกเกินไปเดี๋ยวเค้าป่วยแล้วอีกวันจะเที่ยวไม่สนุกนะคะ

ตัดสินใจเดินออกตอนทุ่มครึ่งและแวะดูร้านของที่ระลึกไปค่ะ


ในห้องน้ำที่นี่เป็นส้วมอัจฉริยะทุกจุดนะคะ ซึ่งคนมาเที่ยวสวนสนุกเยอะมากแต่ห้องน้ำสะอาดตลอดเวลา แสดงถึงวินัยของชาวญี่ปุ่นที่ดีงามจริงๆ วันที่มาเที่ยวเป็นวันธรรมดา ผู้เข้าสวนสนุกส่วนใหญ่เป็นชาวญี่ปุ่นน่าจะ 80% ได้ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เยอะ มีคนไทยด้วยได้ยินเสียงอยู่ ซึ่งเทียบกับตอนไปเที่ยวดีสนีย์ฮ่องกง 2 ครั้ง เจอพวกนักท่องเที่ยวจีนและแขกค่อยๆเบียดมาแซงคิวตลอดไม่ชอบเลย แต่ที่นี่ไม่มีเลยนะคะ คนญี่ปุ่นเข้าแถวกันเป็นระเบียบตามคิวดีงามมาก ในห้องน้ำมีจุดกดโฟมล้างมือ เป็นรูปมิกกี้ด้วยนะคะ ไปลองดู

 
*แนะนำเพิ่มเติมว่าให้มีขวดน้ำเปล่าพกติดตัวไปค่ะ เพราะภายในสวนสนุกมีจุดบริการให้กดน้ำดื่มได้ ทั้งตามทางเดินหรือหน้าห้องน้ำ เราก็ประหยัดค่าน้ำไปได้ด้วยค่ะ


แล้วเราก็เดินกลับไปจุดที่เราลงรถบริการเพื่อรอรถกลับโรงแรมค่ะ
กลับถึงโรงแรมก็ไม่ลืมแวะไป Aeon ไปตุนเสบียงมื้อเช้าของวันต่อไปค่ะ

 
จบตอนที่ 1 แล้วค่ะ มาต่อกันเลย

>>ตอนที่ 2 จะพาไปเที่ยวโตเกียวดีสนีย์ซี สวนสนุกแห่งเดียวในโลกค่ะ<< (คลิก)

**************************

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com