เที่ยวอุดรธานี-เวียงจันทน์-หนองคาย

Last updated: May 27, 2017  |  15926 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

เที่ยวอุดรธานี-เวียงจันทน์-หนองคาย

มีทริปท่องเที่ยวมาฝากกันอีกแล้ว ภาคอีสานไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วเลือกมาสัก 1 จังหวัด อุดรธานี น่าสนใจไม่แพ้จังหวัดอื่น ตามคำขวัญของจังหวัด “หนองประจักษ์คู่เมือง ลือเลื่องแหล่งธรรมมะ อารยธรรมบ้านเชียง มรดกโลกห้าพันปี ธานีผ้าหมี่ขิด ธรรมชาติเนรมิตทะเลบัวแดง” เมื่อตั้งมั่นใน จ.อุดรธานีแล้วเราก็เลยจัดการวางแผนเที่ยวๆกินๆ ซึ่งเลยเถิดไปถึงเวียงจันทน์ ประเทศลาว และ จังหวัดหนองคายด้วยเลยจ้า พร้อมแล้วไปชมกันค่ะ

คลิปแนะนำ 4 ที่เที่ยวเด่นของอุดรธานี

 

วันที่ 1

เดินทางวันอาทิตย์สบายๆ ไม่ใช่วันหยุดยาว ที่สนามบินดอนเมืองอาคาร 2 เราใช้บริการสายการบิน AirAsia ไม่โหลดกระเป๋า ทำเว็บเช็คอินมาก่อนแล้ว นำบาร์โค้ดจาก SMS มาสแกนที่เครื่องออกตั๋วได้เลยจ้า print ทั้งตั๋วขาไปและขากลับสะดวกดี

 

เข้า Gate มาแล้ว ก็มากดรหัสรับชุดอาหารฟรี ที่ร้าน Burger King ฟรี!!! เป็นลูกค้า True ก็ดีงี้แหละ หุหุ
ชุดเบอร์เกอร์เนื้อและชีส จุกเลยจ้า


ยังไม่พอ เหลือบไปเห็นร้านชีสทาร์ตชื่อดัง Bake Cheese Tart  อ้าว

มีใน Gate ด้วยหรอ มีโอกาสได้ชิมแล้ว จัดไป 1 ชิ้น เบาๆ รสกลมกล่อม อร่อย จ้า เป็นบูธเล็กๆอยู่ติดกับร้าน Starbucks เลยค่ะ


ได้เวลาบินแล้ว ขึ้นเครื่องแป๊บเดียวถึงอุดรธานีแล้วค่ะ



ทริปนี้ประหยัดการเช่ารถเพราะมีเพื่อนมารับ สถานที่แรกเลย หิวพอดี 11 โมง ไป ร้าน ส้มตำเจ๊ไก่ ของดีเมืองอุดรธานีที่ห้ามพลาดเด็ดขาด สุดยอดของรสชาติ ปลาเผา, ตำแตงปู ,ตำปูปลาร้า , ตำไทย ,ตำไทยปู , หอยนึ่ง , ไก่ย่าง , หนังไก่ทอด (คนไม่กินเผ็ดไม่ต้องมานะ เพราะส้มตำที่สั่งไม่เผ็ดก็ใส่พริกจ้า) เด็ดจริงอะไรจริงแฟนคลับมากมาย คนแน่นอย่างกับมีมหกรรมคอนเสิร์ต

>>คลิกอ่านรีวิวเพิ่มเติมร้านส้มตำเจ๊ไก่<<


 
อิ่มแล้วก็ไปเช็คอินห้องพักกันค่ะ เราพักกันที่ โรงแรมประจักษ์ตรา ดีไซน์ โฮเทล ทำเลดี ใกล้สวนสาธารณะหนองประจักษ์ และห่างจากสนามบินเพียงขับรถแค่ 5 นาที โดยลูกค้าที่จองห้องพักกับทางโรงแรมโดยตรงมีรถตู้บริการรับ-ส่งสนามบินด้วยนะคะ


ห้องกว้างอยู่สบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบมาก เราพักที่ห้อง Design Suite กว้าง 48 ตรม. โรงแรมใหม่ สะอาด สิ่งอำนวยความสะดวกครบ อยู่สบายมากๆ อากาศตอนเช้าและตอนเย็นไปเดินเล่นสวนสาธารณะหนองประจักษ์กันได้แค่ข้ามถนนไปค่ะ


 
บ่ายๆก็มาว่ายน้ำเล่นที่โรงแรมได้นะคะ

 

>>อ่านรีวิวเพิ่มเติมโรงแรมประจักษ์ตราดีไซน์ โฮเทล<<

 

พักผ่อนสักครู่หายเหนื่อยแล้วไปเที่ยวกันค่ะ

ขับรถจากที่พักไปนิดเดียว ไหว้ศาลเจ้าปู่ย่าของอุดรธานี กันค่ะ


ไหว้ศาลปู่ย่าแล้วก็สบายใจเดินต่อไปในส่วนของ มูลนิธิศาลเจ้าปู่ย่าอุดรธานี หรือ ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน เค้ามีอะไรๆ ให้ดูเยอะเลย
เริ่มจากส่วนร้านน้ำชา หากใครสนใจดื่มชาพร้อมกับของว่างและเบเกอรี่ก็แวะตรงนี้ได้ค่ะ ร้าน ผิงอัน


จุดต่อไปเดินเข้าไปด้านในเหมือนหลุดเข้าไปในเมืองจีน เรียกว่าสวนแห่งศรัทธา สร้างเพื่อเฉลิมฉลองเมืองอุดรธานีครบรอบ 121 ปี  เค้าตกแต่งสถานที่ให้เป็นเมืองจีนย่อมๆเลยค่ะ
มีร้านขายของที่ระลึกด้วย
หากสนใจเช่าชุดเพื่อถ่ายรูปก็มาใช้บริการได้ค่ะ

ชุดจักรพรรดิ์จีนก็มี โหย เก๋สุดๆ
เดินต่อไปจะเป็นส่วนหอประชุมสำหรับทำกิจกรรม และไปให้อาหารปลาตรงบ่อน้ำตรงกลางได้
และมีห้องจัดแสดงนิทรรศการเข้าไปชมกันได้ค่ะ



และส่วนของ พิพิธภัณฑ์คุณธรรม เค้าเปิดให้ชมทุกวัน เวลา 9.00-19.00 น. เข้าชมฟรี

ภายในเป็นห้องปรับอากาศเย็นสบาย เดินเล่นๆ ได้ ครึ่งชั่วโมง ซึ่งภายในจัดแสดงเรื่องราว ของเก่า ความเป็นมา และความรู้ในเรื่องพิธีการของคนไทยเชื้อสายจีน ในเทศกาลต่างๆ ดีมากๆเลยค่ะ หรือ ถ้าจะมาดูหนังฉายก็เป็นรอบๆ ตามนี้ค่ะ


มีประวัติบุคคลสำคัญต่างๆที่เป็นตัวอย่างคนไทยเชื้อสายจีนที่มีคุณธรรมและเป็นที่เคารพของหลายๆท่านค่ะ
วนไปชั้นล่างเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับขงจื้อ ซึ่งสอนคุณธรรมต่างๆมากมาย มีท่านขงจื้อจำลองนั่งอยู่ด้านล่างด้วย


 
เสร็จแล้วจากจุดนี้เราก็กลับไปเดินเล่นยามเย็นที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ และไปเช่าจักรยานปั่นเล่นรอบสวนสาธารณะกันค่ะ ค่าบริการคันละ 20 บาท/ชั่วโมง มีแบบจักรยาน 2 คน และ 3 คนถีบด้วยนะ เก๋มากๆเลย


 
ห้ามพลาดมุมสำคัญ เป็ดน้อยสีเหลือง สัญลักษณ์ ของ จังหวัดอุดรธานีอีกจุดค่ะ อยู่ที่หนองประจักษ์นี่แหละค่ะ กว้างมากนะคะ ลองขับรถวนดูก่อนก็ได้ นอกจากปั่นจักรยานก็มาวิ่งหรือเดินเล่นกันได้ค่ะ


มื้อเย็นเราก็ไปเดินกิน UD Town เป็น Community mall ใจกลางเมืองอุดรธานี ที่มีร้านอาหารต่างๆมากมาย ตอนกลางคืนจะมีแผงขายของ และขายอาหาร ไปเดินเล่นซื้อของ และเดินหาของกินตรงนั้นได้เลยค่ะ

 

คลิปแนะนำ 5 ร้านเด็ดเมืองอุดรธานี แซ่บห้ามพลาด!!!

 

 

 วันที่ 2

ตื่นแต่เช้าเราก็ไปทานอาหารที่ห้องอาหารของประจักษ์ตราดีไซน์ โฮเทล ชั้น 1 กันค่ะ


อิ่มแล้วก็ออกเดินทางประมาณ 40 นาที เราก็ถึงชายแดน บริเวณด่านของ จ.หนองคาย ขั้นตอนคือ เดินไปทำตามขั้นตอนเลย กรอกใบ ตม.ขาออก แล้วยื่นหนังสือเดินทาง  ผ่านเข้าไปก็ซื้อตั๋วรถบัสประมาณ 20 บาท/คน รถจะมาทุก 10 นาทีนะคะ
ขึ้นรถแล้ว รถจะข้ามไปฝั่งลาวด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ค่ะ


แป๊บเดียวถึงฝั่งลาวแล้วพอลงรถเราก็ไปซื้อบัตรผ่านแดนก่อน ประมาณ 5 บาท นะคะ ถ้าจำไม่ผิด แล้วจะได้บัตรแข็ง จากนั้นเดินต่อไปรับใบ ตม.ของประเทศลาว กรอกข้อมูลให้เรียบร้อย แล้วเดินผ่านเข้าช่องให้เจ้าหน้าที่เค้าตรวจ ผ่านแล้วก็เสียบบัตรแข็งออก


เมื่อออกไปแล้วก็ให้มองไปทางซ้ายมือ จะมีห้างชื่อ Haven  Duty Free นะคะ เข้าไปซื้อของปลอดภาษีแบบถูกกฎหมายกันได้เลย ส่วนข้างๆ Haven ก็มีร้านขายของต่างๆ ให้เลือกซื้อไปเดินชมกันได้ ตรงจุดนี้จริงๆมีรถประจำทางนะคะ ขึ้นให้ถูกสายก็ไปเที่ยวในเมืองเวียงจันทน์กันได้ค่ะ หรือจะเหมารถตู้เที่ยวเลยก็ได้ลองต่อรองราคากันดู


พอดีขาเข้าไปมีคนรู้จักของเพื่อนมารับเข้าไปค่ะ พอเพื่อนทำธุระเสร็จแล้วเค้าก็มาส่งเราที่ห้างเวียงจันทน์พลาซ่าค่ะ แล้วพาเราเดินไปส่งที่ท่ารถตลาดเช้า  ตลาดเช้าลักษณะเป็นตลาดขายสินค้าขนาดใหญ่มีทั้งของกินของใช้ ของสด เดินเล่นดูเพลินๆกันได้นะคะ รถราติดพอสมควร จุดนี้เราก็ตัดสินใจเหมาพี่สามล้อให้พาไปเที่ยว 3 แห่ง ของเมืองเวียงจันทน์ พร้อมกับให้ขับไปส่งที่ด่านด้วยเลยค่ะ

*ในส่วนของเงิน เราสามารถใช้เงินบาทใช้จ่ายค่าเข้าสถานที่ ค่าอาหาร ค่าบริการ ได้เลยค่ะ

*สัญญาณโทรศัพท์คลื่น True และ Dtac มีนะคะ เราสามารถใช้งานได้ปกติ แต่ก็มีจุดอับสัญญาณอยู่บ้างบางจุดค่ะ

 

ขับผ่านจุดนี้เรียกว่า หอคำ เป็นที่ทำงานของประธานาธิบดีประเทศลาวค่ะ


จุดแรก วัดพระแก้ว เข้าไปเสียค่าเข้าประมาณ 25 บาท ค่ะ เข้าไปกราบพระในโบสถ์ (เค้าห้ามถ่ายรูปด้านในค่ะ)

ด้านนอกมีพระพุทธรูปเก่าให้กราบไหว้กันด้วย


จุดที่ 2 ประตูชัย
เด่นเป็นสง่า เป็นลานที่มีถนนผ่าน ไม่เสียค่าเข้าชมนะคะ
เป็นสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส ประตูใหญ่ อลังการ เป็นจุดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเวียงจันทน์อีกแห่งก็ว่าได้ค่ะ


 

จุดที่ 3 พระธาตุหลวง
ค่าเข้าชม 25 บาท 
พระธาตุสีทองอร่ามมาก สวยงามจริงๆ กราบพระและเดินชมกันรอบๆค่ะ

 

เสร็จแล้วเราก็ให้พี่เค้าไปส่งที่ด่านชายแดนตรง Haven Duty Free ค่ะ ใช้เวลานานหน่อยเพราะเป็นรถสามล้อ เหมาไว้แต่แรกแล้วก็เลยถือว่านั่งรถชมวิวค่ะ ซึ่งมีฝุ่นระหว่างทางพอสมควร แนะนำว่านั่งรถบัสกลับจากตลาดเช้าจะสะดวกกว่าค่ะ

ขากลับก็ยื่นหนังสือเดินทางและกรอกบัตรขาออกกับ ตม. ค่ะ เสร็จแล้วก็ซื้อตั๋วรถบัสเหมือนขามาเลยค่ะ
แล้วเราก็ข้ามกลับมาในเวลา 15.00 น. หากกลับหลัง 16.00 น. จะต้องเสียค่าปรับคนละ 50 บาทให้กับ ตม.ลาว นะคะ
กลับมาแล้วก็ยื่น ใบ ตม.ขาเข้าพร้อมหนังสือเดินทางค่ะ


กลับมาประเทศไทยแล้ว เฮ เฮ

แล้วก็ขับรถไปเที่ยว ตลาดท่าเสด็จ ของ จ.หนองคาย  กันต่อค่ะ

ขับรถไปห่างจากด่านตรงนี้ไม่เกิน 15 นาทีค่ะ
ก็มีสินค้าต่างๆมากมายให้เลือกซื้อเหมือนตลาดชายแดนทั่วๆไปค่ะ
หิวแล้วแวะกินอะไรกันดี ร้านนี้ดูเข้าท่า กาแฟเวียด ไปเลยลุย
เมนูอาหารอีสานและอาหารไทย
จัดไปลาบหมูยอ , ไส้กรอก , ส้มตำไทย รสชาติดีทีเดียวร้านนี้
ดูข้าวเหนียวสิ นึ่งมาพร้อมกับถั่วเขียวผ่าซีกด้วย เก๋มากมาย
อิ่มจุกแล้วก็เดินทางกลับเข้าตัวเมืองอุดรธานีกันค่ะ

 

 

กลับถึงตัวเมืองอุดรธานีแล้ว ยังพอมีเวลายังไม่มืด ผ่านไปไหว้ ศาลหลักเมืองอุดรธานี กันค่ะ



 


มื้อเย็นวันนี้เราเลือก ร้าน Good Everything อาหารสไตล์อินเตอร์แบบโฮมเมดกันบ้าง

ร้านสวยในบรรยากาศสวนร่มรื่น กลางคืนแสงไฟสวยดี

ไปนั่งด้านในกันเพราะข้างนอกเต็มค่ะ!!!

จัดไปเบาๆ สลัดทูน่า, สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม และ สลัดผลไม้กุ้งสด


 

>>คลิกอ่านรีวิวร้าน Good Everything เพิ่มเติม<<

อิ่มแล้วก็เดินกลับไปโรงแรมได้เลยใกล้ๆค่ะ

 

วันที่ 3

วันนี้เราออกแต่เช้าไม่กินแล้วอาหารโรงแรม ขอลองอาหารเช้าเมืองอุดรกันบ้าง ไปที่ร้าน อุดรโภชนา กันเลย
เมนูเด็ดมีหลายเมนู แต่ขอเลือกไข่กระทะร้อนๆ ทานกับขนมปังญวนสัก 1 ชิ้น อิ่มสบายท้องกำลังดีค่ะ

 

แล้วเราก็ขับรถไปทางขอนแก่น ประมาณ 45 นาทีเราก็ถึง ทะเลบัวแดง

*ฤดูกาลที่เหมาะสมเที่ยวทะเลบัวแดง เดือน ธ.ค.-ก.พ. เดือนอื่นมีดอกบัวน้อยค่ะ
*เวลาที่เหมาะสม 6.30-10.30 น. หากใกล้เที่ยงดอกบัวหุบเยอะค่ะ
ถึงแล้วเราก็ไปซื้อบัตรลงเรือกัน ถ้ามาน้อยคนแนะนำเรือเล็ก ถ้ามาหลายคนแนะนำเรือใหญ่ค่ะ
ระยะเวลามีแบบ 30 นาที กับ 1 ชม.
เลือกเรือเล็ก 30 นาที พอ ก็อยู่ที่คนละ 100 บาท เพราะไปถึงก่อน 8 โมงแต่ดูแล้วแดดแรงมากค่ะ


พี่คนขับเรือเค้าก็จะพาเราไปชมจุดต่างๆที่มีดอกบัวค่ะ เยอะมากจริงๆ สวยงาม ถ่ายรูปสนุกเลย นั่งเรือเล่นเรื่อยๆ สัมผัสอากาศหนาวพอดีชอบมากค่ะ


 


จากจุดนี้เราก็กลับเข้าตัวเมืองอุดรธานีแล้วต่อไปอีกนิดไปเที่ยว
ที่ สวนกล้วยไม้อุดรซันไฌน์ กันค่ะ เดินชมกล้วยไม้สวยๆสักพัก



ก็ขับรถไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวกันต่อ ไปที่ เขื่อนห้วยหลวง ห่างจากตัวเมือง 17 กม. พอดีว่าไปช่วงบ่ายอากาศก็เลยร้อนค่ะ ถ้ามาช่วงเย็นๆ ก็คงหามุมนั่งริมเขื่อน รับลมสบายๆได้


แล้วก็กลับเข้าตัวเมือง

ไปแวะไหว้ ศาลเทพารักษ์ ติดสวนสาธารณะหนองประจักษ์ เข้าไปไหว้สักหน่อย


ติดกับศาลเทพารักษ์ตรงนี้มี วังที่ในหลวงรัชการที่ 9 เคยมาประทับ ด้วยนะคะ




ขับไปไหว้พระ วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง กันต่อ วัดนี้มีพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ค่ะ


 
ได้เวลามื้อเย็น เราก็ไปหาอะไรอิ่มๆคุ้มๆกินกัน หมูกระทะเมืองอุดร ไปที่ร้าน ปังปอนด์บุฟเฟ่ต์ สาขาริมสวนสาธารณะหนองประจักษ์ โอ้โห 188 บาท / คน (ไม่รวมน้ำดื่ม) สั่งได้ไม่อั้น กินได้ตั้งแต่ 4 โมงเย็นจนถึง 5 ทุ่ม สั่งเข้าไป ปลาหมึก กุ้ง หมูหมัก เนื้อโคขุน เครื่องในหมูต่างๆ น้ำจิ้มเป็นแบบสุกี้ อร่อยดีนะคะชอบหมูหมักเค้าค่ะนุ่มดี เอาจริงๆเลยเต็มที่นะ 2 ชั่วโมงก็จุกสุดๆแล้วจ้า


 

อิ่มแล้วก็ไปไหว้ อนุสาวรีย์พลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม หรือ เรียกกันสั้นๆว่า อนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ กันค่ะ

 

วันที่ 4

เช้าแล้วเราก็ไปเดินเล่นสูดอากาศริมหนองประจักษ์ และไปหาอะไรกินข้างหนองประจักษ์นี่และค่ะ เมนูข้าวเปียกเส้น กับ หมูปิ้ง และกาแฟเย็น


ทีเด็ดที่สุดท้ายของอุดรธานี บิงซูร้านเดียวยอดฮิต ร้าน Beyond Café ค่ะ ห่างจากสวนสาธารณะหนองประจักษ์ไปไม่ไกล ขับรถ 2 นาทีถึง จัดไป 1 ชุด กิน 2 คนกำลังดี 140 กว่าบาท อร่อยชื่นใจ


แวะไปซื้อของฝากกลับบ้านที่ร้าน วีทีแหนมเนือง ค่ะ

 

แล้วก็ได้เวลาอำลาเมืองอุดรไปสนามบินขึ้นเครื่องกลับค่ะ บ๊ายบาย เมืองอุดร

 
ก็เป็นทริปที่สนุกสนานดี ได้เที่ยวไปถึงเวียงจันทน์ และหนองคายด้วย ตัวจังหวัดอุดรธานียังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกเยอะเลย มีโอกาสคงได้กลับมาเที่ยวใหม่ค่ะ อย่าลืมนะคะ ไทยเที่ยวไทย ไปเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆนะคะ ฝากไว้ด้วยค่ะ ^^



 
********************************
 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com