ทริปสุพรรณบุรี เส้นทางบุญ ชมวังมัจฉาพาเดินชิม

Last updated: Nov 2, 2016  |  26227 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

ทริปสุพรรณบุรี เส้นทางบุญ ชมวังมัจฉาพาเดินชิม


ทริปสุพรรณบุรี ไหว้พระ 9 วัด
เส้นทางบุญ ชมวังมัจฉา
และพาเพลินเดินชิม

(Date : 26 June 2016)


เนื่องด้วย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เค้าแนะนำการท่องเที่ยวในจังหวัดต่างๆ
อยากให้คนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศกันค่ะ
nanareview ก็ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเผยแพร่
และสนับสนุนการท่องเที่ยว ด้วยวิธีการไปเที่ยวในประเทศ
และแชร์ข้อมูลการท่องเที่ยว
ในประเทศที่มีประโยชน์ ให้ท่านผู้อ่านได้ทราบ
และติดตามกันค่ะ ในโครงการ

12เมืองต้องห้ามพลาด...Plus

coolcoolcool

หมายเหตุ-รีวิวนี้จะแสดงผลได้ดีเมื่อเปิดจาก browser Google Chrome นะคะ
หากเปิดจาก browser อื่น เช่น safari จาก smart phone
อาจมีการผิดเพียนของลำดับเนื้อหาและภาพได้ค่ะ



มาเที่ยวใกล้ๆกรุงเทพกันค่ะ ระยะทางไม่เกิน 150 กม.
หลายท่านอาจจะลืม จังหวัดสุพรรณบุรีไป แต่รีวิวนี้
อาจจะทำให้ท่านเปลี่ยนใจได้ค่ะ โดยทริปนี้
เป็นระยะเวลา 3 วัน สองคืน เน้นเที่ยวสบายๆ
ไหว้พระ 9 วัด ทำบุญ เดินกิน เดินเที่ยว สไตล์
“ท่องเที่ยววิถีไทยเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร”
ไปกันได้ทุกเพศ ทุกวัย ทั้งแบบเพื่อนฝูง
และครอบครัว ไปได้ทุกวันที่อยากจะไปค่ะ
พร้อมแล้วไปกันเลยค่ะ


ทริปวันที่ 1
เวลา 9 โมงเช้า ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 340
ก่อนถึงตัวเมืองสัก 30 กม. แล้วฉีกไปทาง
อำเภอบางปลาม้า ขับรถเล่นๆไป
และไปแวะที่แรกกัน

enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 1 วัดเจ้าขาว


เป็นวัดที่อยู่ริมแม่น้ำท่าจีน เข้าไปจอดรถไหว้พระทำบุญกัน


แล้วก็เดินไปชมบรรยากาศท่าน้ำของวัด ให้อาหารปลากันค่ะ



enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 2 วัดป่าพฤกษ์
ยังอยู่ในอำเภอบางปลาม้านะคะ ขับรถต่อมาที่
วัดป่าพฤกษ์ เข้าไปไหว้พระในอุโบสถและทำบุญกันค่ะ



ก่อนออกจากวัดไม่พลาดเดินไปท่าน้ำของวัด
ไปให้อาหารปลาเพลินๆกันค่ะ



แล้วเราก็ขับรถต่อไป  ออกไปที่เส้นทางหลวง
หมายเลข 340 สบายๆ Slowlife ประมาณ 1 ชั่วโมง
ผ่านตัวเมืองขึ้นไปที่อำเภอสามชุกกันเลยค่ะ

ไปที่ ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี cool
เที่ยง พอดี เดินเล่นหาอะไรกินกัน



หลายร้านเด็ด หลายร้านเด่น ไม่ว่าจะเป็น
กนกวรรณ ทองม้วนโบราณ , เป็ดย่างจ่าเฉิด ,
เจ็กอ้าว บะหมี่เกี๊ยว, ตี๋หมูอบ , นิสาลูกชิ้นยักษ์
และ เจ๊เล็กหมูสะเต๊ะ  กินอิ่มจุกซื้อขนม
ติดไม้ติดมือแล้วเราก็ขับรถลงมาเรื่อยๆ
เพื่อเข้าตัวเมือง ค่ะ















ทอดมันปิ้งร้อนๆ ไม้ละ 10 บาท


ข้าวห่อใบบัวตรงเชิงสะพาน


ปลาม้าสัญลักษณ์หนึ่งของเมืองสุพรรณบุรี มีแบบแดดเดียว
ซื้อไปทอดทานที่บ้านกันได้จ้า


ก่อนถึงตัวเมืองวิ่งเส้นทางหลวงหมายเลข 340
ผ่าน อ.ศรีประจันต์ ผ่านสถานที่เที่ยวค่ะ

>>หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย หรือ Buffalo Village<<

แวะเข้าไปเที่ยวกันค่ะ
ค่าบริการเข้าชม 30 บาท พื้นที่ติดกับ บ้านไทย รีสอร์ท
ซึ่งมีห้องพักสไตล์รีสอร์ทไว้ให้บริการด้วยค่ะ


เวลาทำการและรายละเอียดรอบการแสดงตามนี้ค่ะ


เราเดินเข้าไปชมกัน มีส่วนลานการแสดงเป็นรอบๆนะคะ
แต่มาถึงไม่ตรงรอบเวลา  เลยไม่ได้รอชมค่ะ

ไปชมควายเผือก ควายเขาสวย
ให้อาหารควาย นั่งหลังควาย ถ่ายรูป Selfie กันได้ค่ะ
ที่นี่เค้าเป็นที่อนุรักษ์ควายไทย
สมัยก่อนการทำนาต้องพึ่งควายนะคะ
ถ้าไม่มีควายช่วยทุ่นแรง
บรรพบุรุษเราก็คงไม่สามารถทำนาได้ค่ะ
ปัจจุบันมีการทำนาด้วยควายน้อยลง
มีการนำมาบริจาคที่นี่ให้ดูแล ซึ่งมีการนำควายที่นี่ไปใช้
ในการแสดงละครและภาพยนตร์เสมอค่ะ
เค้าน่ารักนะคะ ส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนี้คือได้รับการฝึกมาแล้วค่ะ
เชื่อง ไม่ดุ ไม่ทำร้ายเราค่ะ
ไปลูบหลังและให้อาหารเค้ากันได้แบบใกล้ชิดค่ะ
มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ค่ะ






สัตว์อื่นๆก็พอจะมีให้ดูบ้างนะคะในกรง มีนก และ กวางค่ะ


เดินทางเข้าเมืองกันต่อค่ะ  มาถึงโรงแรมตอนเย็น

เข้าพักที่โรงแรม >>ศรีอู่ทอง แกรนด์<< angel

ตลอด 2 คืน ห้องพักขนาดมาตรฐาน
สิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ
แม้ว่าจะไม่ใช่โรงแรมใหม่แต่อยู่สบาย ใจกลางเมือง
สะดวกดีค่ะ





แล้วเราก็ออกไปทานอาหารเย็นกันค่ะ

>>นพรัตน์ ภัตตาคาร<<

นพรัตน์ ภัตตาคาร พิกัดร้านอยู่ที่
ถ.มาลัยแมน ตรงข้ามวัดป่าเลไลยก์ ค่ะ
เป็นร้านเก่าแก่ของเมืองสุพรรณบุรี
มากว่า 30 ปีนะคะ
จัดไปเลย กุ้งแม่น้ำเผา 2 ตัวครึ่งกิโลกรัม
ต้มยำปลาม้า และ กุ้งห่อสาหร่ายทอด
อร่อย สด สะอาด ราคามาตรฐานค่ะ



ต้มยำปลาม้ารสเด็ด สัญลักษณ์เมืองสุพรรณบุรี
ชอบมากค่ะ



ติดใจกุ้งแม่น้ำมากๆ มาเที่ยวสุพรรณบุรี
ก็มีกุ้งแม่น้ำดีๆให้กินนะคะ
น้ำจิ้มเค้าก็เด็ดเลย



*********จบวันแรกค่ะ*********



ทริปวันที่ 2
เริ่มเช้าวันที่สองกันด้วยอาหารเช้าของโรงแรมค่ะ



ตรงข้ามโรงแรมมีร้านกาแฟชาวดอย
ก่อนออกเดินทางไปจัดชามะนาวเย็นๆสักแก้วค่ะ




วันนี้เราจะมาไหว้พระกันต่อ พร้อมแล้วไปกันเลย

enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 3 วัดพร้าว


มีศาลาบูรพาจารย์เป็นเรือนไม้
ด้านในมีพระพุทธรูปปางต่างๆ และ
รูปปั้นพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง
เข้าไปไหว้พระ ทำบุญกันค่ะ



เดินไปที่ท่าน้ำของวัด มีวังมัจฉา
ปลาเยอะมาก ไปซื้ออาหารให้ปลากัน



แล้วเดินไปทางอุโบสถ เสียดายวันนี้ไม่เปิดค่ะ
เดินผ่านไปชมค้างคาวแม่ไก่ กันเลย
อยู่กันเยอะเลย
ตัวใหญ่จริงๆด้วย เด็กๆ ตื่นเต้นกันใหญ่




enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 4 วัดสว่างอารมณ์


จอดรถแล้วก็สังเกตเห็นศาลาใหญ่ๆ มีเก้าอี้นั่ง
เหมือนโต๊ะอาหารแบบนี้


เดินเข้าไปด้านในสุด
ไหว้พระทำบุญกันก่อนค่ะ


เสร็จแล้วมีเจ้าหน้าที่ของวัดเดินมาแจ้งว่า
ดื่มน้ำเย็นและทานข้าวกันได้เลย
ที่นี่เป็นโรงทาน บริการฟรีทั้งน้ำดื่มและอาหาร
แน่นอนว่าจัดไป มีข้าวต้มและกับข้าวต้ม
เช่น ยำผักกาดดอง , ไข่เค็ม , ไชโป้วผัดไข่
รสชาติโอเคอยู่ ท่านไหนผ่านมาไหว้พระ
วัดสว่างอารมณ์นอกจากได้บุญแล้ว
ยังอิ่มท้องกลับไปด้วยนะคะ




enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 5 วัดพระนอน


วัดนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งใน Unseen Thailand
เป็นวัดเก่าแก่สมัยอู่ทอง ได้มีการบูรณะวัดขึ้นมาใหม่
โดยมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์สลักจากหิน
มีลักษณะแปลกว่าที่อื่น คือ เป็นพระพุทธรูป
ในท่านอนหงายขนาดเท่าคนโบราณ
ยาวประมาณ 2 เมตร คล้ายกับพระนอน
ที่เมืองกุสินารา ประเทศอินเดีย



ทำบุญไหว้พระกันเสร็จแล้วไปที่ท่าน้ำของวัดกันค่ะ
มีอุทยานมัจฉา พักผ่อนให้อาหารปลา
ดูปลาว่ายน้ำกันสบายๆ
ปลาวัดนี้ก็เยอะจริงๆค่ะ




เที่ยงแล้วไปหาก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆกินกัน

>>ร้านก๋วยเตี๋ยวเดินดง<<blushsurpriselaugh



ร้านอยู่ใกล้โรงแรมที่เราพักเลยค่ะ
บรรยากาศร้านง่ายๆ
สบายๆ แต่มาเที่ยงนี่รอพอสมควรนะคะ
เมนูเด็ด ขาไก่ตุ๋นลำไย , ก๋วยเตี๋ยวเดินดง
และ ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นมะระ
ตัวก๋วยเตี๋ยวเดินดง จะเสิร์ฟมาพร้อมน้ำจิ้มค่ะ
คลุกน้ำจิ้มทานกับก๋วยเตี๋ยวแห้ง แบบขลุกขลิก
รสชาติจัดจ้านพอประมาณ
ใครชอบรสจัดก็ปรุงเพิ่มได้ค่ะ
พร้อมผักสดในใจ ชอบเลบ




และหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวเดินดงนี้แหละค่ะ
มีร้านกล้วยปิ้งอร่อยมาก ลูกสาวชิมแล้วติดใจ

ร้านกล้วยปิ้งเจ๊เดินดง

ราคากล้วยปิ้ง ชุดละ 20 บาท
น้ำราด หวาน หอม อร่อย จัดไป 2 ชุดกินบนรถ





มื้อเที่ยงอิ่มแปล้แล้วไปต่อกัน


enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 6 วัดพระลอย


วัดนี้ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด  คาดว่าน่าจะสร้างขึ้น
ในช่วงกลางสมัยพระเจ้าอู่ทอง ชื่อวัดพระลอยนี้
เดิมเกิดจากการที่มีพระพุทธรูปปางนาคปรก
เนื้อหินทรายขาว ซึ่งคาดว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยลพบุรี
ลอยมาตามแม่น้ำท่าจีน (แม่น้ำสุพรรณบุรี) ชาวบ้าน
จึงได้ทำพิธีอาราธนาขึ้นมาจากแม่น้ำ แล้วสร้างวัดขึ้น
ในอดีตเรียกกันว่า “วัดชลอ” แต่ต่อมา ก็มาเรียกเป็น
“วัดพระลอย” แทน เข้าไปกราบพระทำบุญกันค่ะ
องค์พระหินเนื้อทรายปกคลุมไปด้วยทองคำเปลว
แสดงถึงกำลังและแรงศรัทธาของชาวพุทธได้อย่างดีค่ะ


การพาเด็กมาทำบุญไหว้พระ
ก็เป็นการหล่อหลอมจิตใจของเค้าได้ดีนะคะ


และไม่พลาด วัดนี้ติดแม่น้ำท่าจีนค่ะ
ไปให้อาหารปลาเพลินๆกันอีกแห่ง



enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 7 วัดแค


เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดี เรื่อง “ขุนช้างขุนแผน”
เข้าไปไหว้พระและทำบุญกันก่อนค่ะ


เสร็จแล้วเราก็เดินเล่นไปที่รั้วข้างวัดแค
มีคุ้มขุนแผน
ภายในมีบ้านไทยจำลองแบบสมัยก่อน
เข้าไปนั่งพักสบายๆกัน มีรูปปั้น
เกจิอาจารย์ต่างๆ และต้นมะขามยักษ์
ที่เชื่อกันว่าขุนแผนเสกใบมะขาม
เป็นตัวต่อมาช่วยในการโจมตีข้าศึกค่ะ


และไม่พลาดวัดนี้มีท่าน้ำค่ะ แต่เป็นท่าน้ำ
ให้ปล่อยปลานะคะ ซื้อปลาไปปล่อยกันเลย
ตรงนี้ตอนปล่อยปลาก็นึกคาถากรวดน้ำ
ให้เจ้ากรรมนายเวรกันไปด้วยเลย




enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 8 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ



เป็นวัดเก่าแก่มีพระปรางค์เด่นเป็นสง่า
ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและ
เป็นต้นกำเนิดของพระผงสุพรรณอันโด่งดัง


เดินกลับมาเข้าอุโบสถ


มาชม
พระผงสุพรรณ
องค์ใหญ่ที่สุดในโลก
งดงามมากค่ะ ดูขลัง
อลังการจริงๆ ไหว้พระ
ทำบุญขอพรกันเลย


เย็นแล้วไปหามื้อเย็นทานกันที่ร้าน

>>ข้าวต้มโกเฑียร<< coolcool

ขับรถจากโรงแรมไปไม่ไกลค่ะ
เมนูเด็ดได้แก่ ต้มยำปลาม้า และ ทอดมันปลากราย
สั่งอย่างอื่นมาลองด้วย
กุ้งแม่น้ำทอดเกลือ (มันเยิ้มไปนิด)
และผัดผักบุ้งไฟแดงค่ะ


ต้มยำปลาม้าของเด็ดเมืองสุพรรณบุรีซดชื่นใจอีกสักวัน



อิ่มแล้วยามเย็นไปเดินเล่นที่สวนเฉลิมภัทรราชินี 
ดูน้ำพุเปลี่ยนสี ขึ้นหอคอยบรรหาร-แจ่มใส
ไปชมวิวเมืองสุพรรณบุรีสบายๆกันค่ะ
ค่าบริการไม่แพงค่ะ 30 บาทเอง






******จบวันที่ 2******



ทริปวันที่สาม

ไปไหว้พระให้ครบวัดที่ 9 กันค่ะ
หลังจากทานอาหารเช้าที่โรงแรมกันแล้ว
ก่อนออกเดินทางก็แวะจัดเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้ว
ร้านนี้อยู่หน้าโรงแรม ศรีอู่ทอง แกรนด์ เลยค่ะ

ร้านเล็กๆ น่ารัก

HUB SUPHANBURI COFFEE





จัดไปโกโก้ปั่น แก้วใหญ่ทีเดียว 60 บาท


ไปให้ถึงวัดที่ 9 กันค่ะ

enlightenedenlightenedenlightened
วัดที่ 9 วัดป่าเลไลยก์


วัดนี้ก็เป็น Highlight เลยค่ะ ถ้ามาสุพรรณบุรี
แล้วไม่ได้แวะมากราบหลวงพ่อโตที่วัดนี้
เรียกได้ว่ามาไม่ถึงนะคะ วัดป่าเลไลยก์
เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี ในอุโบสถ
มีพระพุทธรูปหลวงพ่อโตองค์ใหญ่
เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทอง
ประทับนั่งห้อยพระบาท 
เป็นพระก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่
มีความสูงถึง 23.47 เมตร องค์ใหญ่ตระการตา
องค์พระเป็นสีเหลืองทอง
งดงามมากจริงๆ ดิฉันนั่งชมองค์พระอยู่นาน
ด้วยความงดงามและตื้นตัน  กราบพระทำบุญ
กันตามกำลังศรัทธาเลยค่ะ



ทีนี้ว่าถ้าใครอยากทำบุญถวายผ้าห่มหลวงพ่อโต
เค้ามีจัดเป็นชุดไว้ให้ค่ะ และได้พระ
กลับมาใส่กรอบด้วยค่ะ



ไหว้พระครบ 9 วัดแล้ว ก่อนจบทริปขณะนี้เวลา 10 โมง
เราก็ไปเที่ยวที่

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง อุทยานมังกรสวรรค์ blush

กันค่ะ อยู่ห่างจากวัดป่าเลไลยก์แค่ 1.5 กม. เท่านั้น

มังกรใหญ่อลังการเห็นเด่นแต่ไกลเลยค่ะ


เทียบกับตัวคนให้เห็นความใหญ่อลังการของมังกรค่ะblushblushblush


เข้ามาเดินชมในส่วนของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกันก่อน
ทำบุญกันค่ะ เป็นเหมือนศาลเจ้าสไตล์จีน
ทำออกมาได้สวยงามดีค่ะ



ไปเดินเล่นต่อในส่วนของสวนด้านข้าง
ก็มีรูปปั้นเทพเจ้าเมืองจีนหลายองค์
เค้าทำดีนะคะ  ถ้าอากาศไม่ร้อน
ความรู้สึกเหมือนว่าเดินอยู่วัดจีนที่ฮ่องกง
ยังไงอย่างงั้นเลยค่ะ





เดินกลับมาที่มังกรใหญ่ด้านใน
เป็น พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ค่ะ
ส่วนนี้จะเข้าชมต้องเสียค่าบัตรค่ะ
(ผู้ใหญ่ 300 บาท/คน เด็ก 150 บาท/คน)




แล้วเราก็ไปเดินเล่นชมบรรยากาศโซนหมู่บ้านกันค่ะ
มีหอยคอยชมวิวตรงนี้



เป็นหมู่บ้านจีนจำลอง มีร้านค้าขายของที่ระลึก
มีร้านเครื่องดื่ม ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านสะดวกซื้อ
และร้านไอศกรีม


จัดไปชิมเบาๆ ติ่มซำร้านโรงเตี๊ยม ,
เครื่องดื่มร้านอเมซอน และ
ปิดท้ายด้วยไอศกรีมรสผลไม้เย็นชื่นใจ
ในร้าน Coco Ice Cream





อิ่มจากจุดนี้แล้วก็ได้เวลาเดินทางกลับค่ะ
แน่นอนว่าต้องขับรถไปที่ถนนทางหลวงหมายเลข 340
และแวะซื้อของฝากที่ร้านเอกชัย กันค่ะ 
สาลีเอกชัย หอม นุ่ม สูตรเฉพาะของร้านเอกชัย
ซื้อกลับไปทาน และเป็นของฝากกันค่ะ


ขากลับจุดสุดท้าย ยังแวะเที่ยวกันอีก ที่

>>ตลาดเก้าห้อง 100 ปี<<



เส้นทางเข้าไปทางอำเภอ บางปลาม้า
เป็นตลาดเก่าจริงๆ ค่ะ จุดใหญ่ๆที่น่าสนใจก็มี
ตลาดบน , ตลาดล่าง , หอดูโจร
และสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนสวยๆค่ะ
มาถึงแล้ว ค่ะ ตลาดเก้าห้อง 100 ปี


เดินไปส่วนนี้ค่ะ เรียกว่า ตลาดบน
เป็นการอนุรักษ์ห้องแถวไม้เก่า
อายุ 100 ปี ไว้ได้อย่างดี
ซึ่งมีการใช้ชีวิตอยู่จริงๆนะคะ ไม่ใช่
มาขายของตอนเช้าแล้วเย็นกลับ
ลักษณะเป็นตลาดเงียบๆ นะคะ
เน้นชมสถาปัตยกรรมเก่ามากกว่า
มีร้านขายของอยู่แต่ไม่มาก
อย่าคาดหวังว่าจะมาเจอร้านขายของ
แน่นๆแบบสามชุกคือ ไม่ใช่เลยค่ะ
เน้นชมวิถีชีวิตมากกว่าค่ะ
ซึ่งห้องแถวเก่านี้เป็นฉากในการถ่ายทำภาพยนตร์
และละครมาหลายเรื่องแล้วค่ะ


ร้านขนมเปี๊ยะต่างๆ น่าสนใจค่ะ
ร้าน ตั้งเซ่งกี่
มีขนมปังรูปปลาค่ะ เป็นขนมโบราณ
ลักษณะเหมือนคุกกี้แบบนิ่ม ไม่หวานเกินไป



ร้าน ตั้งกุ้ยกี่
ขนมเปี๊ยะ เก่าแก่เช่นกัน
มีขนมอื่นๆน่าสนใจด้วย บัวหิมะ ถั่วตัด งาตัด
ถุงละ 10-20 บาท
ราคาถูกมากๆค่ะ ซื้อกลับมาเป็นของฝากกัน




เดินผ่านตลาดบนไปจนสุดไปเจอท่าน้ำค่ะ
ลมเย็นสบาย
ลูกสาวชอบวิ่งตัวปลิวเลย


แล้วก็ไปชมวิวถ่ายรูปเล่นที่สะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนสวยๆตรงนี้ค่ะ





ด้านล่างมองไปเป็นแม่น้ำท่าจีน
ไหลเอื่อยๆ SlowLife ดื่มด่ำกับบรรยากาศกันค่ะ
มองลงไปจะเห็นว่ามีการเลี้ยงปลากระชัง
และปลูกผักกระเฉดค่ะ


เดินกลับมาที่ตลาดบน อีกที
หิวน้ำแวะดื่มน้ำกันที่ร้านนี้ค่ะ 
ร้าน ตั้งเฮียงเส็ง
บรรยากาศร้านเก่าๆ
มีกาแฟโบราณ น้ำแดงโซดา ชามะนาวขายค่ะ



นั่งเล่นให้หายร้อนกันแล้ว
ก็เดินไปชมหอดูโจรค่ะ


สมัยก่อนเค้าเอาไว้ดู โจรที่จะมาปล้น หมู่บ้านค่ะ
ผลัดเวรยามกันขึ้นไปสอดส่องดูค่ะ


ออกจากตลาดเก้าห้อง 100 ปีแล้ว
คราวนี้เดินทางกลับจริงๆแล้วค่ะ
ปิดท้ายรีวิวด้วยภาพสะพานสวยๆอีกสักรูปค่ะ


enlightenedenlightenedenlightenedจบทริปสุพรรณบุรีฉบับกระเป๋าแล้ว
ระยะเวลา 3 วัน 2 คืน เที่ยวสบายๆ อิ่มบุญกลับบ้าน
ท่านไหนสนใจก็เอาเป็นไอเดียลองวางแผน
การท่องเที่ยวกันดูค่ะ จริงๆแล้ว
สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดสุพรรณบุรี
ยังมีอีกหลายจุด โดยเฉพาะวัด
ยังมีวัดที่น่าสนใจอีกหลายแห่งค่ะ
ถ้ามีโอกาสคงได้มาทำรีวิวภาคสองให้ดูกันค่ะ
อย่าลืมไปเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆนะคะcoolcoolcool

 
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com