เที่ยวเชียงใหม่ม่วนใจ๋สไตล์ nanareview ตอนที่ 1

Last updated: Nov 2, 2016  |  2734 จำนวนผู้เข้าชม  |  ทริปท่องเที่ยว

เที่ยวเชียงใหม่ม่วนใจ๋สไตล์ nanareview ตอนที่ 1


เที่ยวเชียงใหม่ม่วนใจ๋
สไตล์ nanareview ตอนที่ 1

(Date : 5 July2016)
ไปเที่ยวเชียงใหม่กันอีกแล้วค่ะ ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน
ทำรีวิวมาฝากกันค่ะ พร้อมแล้ว
ไปชมรีวิวเที่ยวเชียงใหม่ม่วนใจ๋ วันแรก
สไตล์ nanareview กันค่ะ


เราเลือกเดินทางไปกับสายการบิน Bangkok Airways
บินกี่ทีก็ประทับใจค่ะ กับ Asia’s Boutique Airline
ที่เรียกได้ว่าสะดวกสบายมากๆ ค่ะ ซึ่งนอกจากจะสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินทางโทรศัพท์ได้ตลอด 24 ชม. หรือ ทางเว็ปไซต์แล้ว อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถจองตั๋วบางกอกแอร์เวย์ได้อย่างสะดวกสุดๆ เลยก็คือกับ Traveloka เพราะเค้าเป็นผู้ให้บริการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักออนไลน์สุดเจ๋ง เจ๋งทั้งในเรื่องของราคาเพราะมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ปล่อยออกมาประจำ และเจ๋งในเรื่องของช่องทางการชำระเงิน ที่ใครไม่มีบัตรเครดิตก็ของได้ จ่ายสะดวกผ่านการโอนเงิน ไม่ว่าจะกับตู้ ATM, Internet Banking หรือไปที่เคาน์เตอร์ธนาคารก็ได้ค่ะ


อยากให้เผื่อเวลามานั่งเล่นที่ Lounge
กันสัก 1 ชั่วโมงก่อนขึ้นเครื่องนะคะสบายๆ
ไม่ว่าคุณจะใช้ Economy Lounge
ที่ทุกท่านสามารถมาใช้บริการได้บริเวณ Gate A2
หรือ ใช้บริการ Business Lounge บริเวณ Gate A2-A3 ค่ะ
วันนี้มีโอกาสได้มาใช้บริการ Business Lounge นะคะ


เราสามารถสั่งอาหารและเครื่องดื่มในเมนูได้ไม่อั้นค่ะ
จัดไปข้าวผัดกับปลาดอลลี่ทอดสมุนไพร
ซดต้มยำกุ้งเมนูยอดฮิตอร่อยๆ  และน้ำขิงร้อนๆค่ะ
ส่วนของว่างอื่นๆก็ไปตักได้เลยเหมือนกัน
Economy Lounge ปกติค่ะ



ห้ามพลาดข้าวต้มมัดเด็ดขาด!!!
ข้าวเหนียวนุ่มฉ่ำๆ อร่อยมาก


อิ่มแล้วก็นั่งชิลล์ ส่งอีเมล์ อ่านหนังสือ นั่งเก้าอี้นวด
ดูทีวี ชาร์ตแบตมือถือกันได้ค่ะ


อ่านรีวิวเพิ่มเติม
>>10 บริการเหนือระดับกับ Business Lounge
ของ Bangkok Airways<<


8 โมงแล้วได้เวลาขึ้นเครื่อง
ยังอิ่มอร่อยกันต่อกับบริการอาหารบนเครื่องค่ะ
วันนี้เป็นเมนูข้าวสองสีกับผัดบวบใส่ไข่
อิ่มประทับใจตลอดการเดินทางกับ
Bangkok Airways จริงๆค่ะ


ประมาณ 1 ชั่วโมงกว่าๆ
เราก็ถึงสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ค่ะ
เราได้จองรถเช่าไว้ล่วงหน้ากับ National Car Rental ค่ะ
เราเดินไปที่ทางออกของสนามบินประตู 8
ไปรับรถของ National Car Rental ค่ะ

ที่เราเลือกใช้บริการของ National Car Rental 
เพราะรอบที่แล้วเคยใช้บริการแล้วโอเคค่ะ
การบริการดี และรถสภาพใหม่ สะอาด
มาตรฐานบริการเชื่อถือได้ค่ะ


ได้รถแล้วค่ะ เราเลือกรถขนาดเล็ก Nissan March
ราคา 3 วัน ค่าเช่ารถ 2,400 บาท
ซื้อประกันเพิ่มอีกวันละ 200 กว่าบาท
เวลาเกิดอุบัติเหตุในวงเงินที่กำหนด
เราก็ไม่ก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม สบายใจดีค่ะ 
Nissan March รถเล็กแต่แจ๋วนะคะ
เดินทางแค่ในเมือง นั่งกัน 2 คน และสัมภาระสบายๆค่ะ
เติมน้ำมัน E20 ประหยัดมากค่ะ
เที่ยวทั่วเมืองตลอด 4 วัน
เติมน้ำมันไปแค่ 350 บาทเอง
รุ่นนี้มีปุ่มสตาร์ทได้เลย มีที่เสียบชาร์ตโทรศัพท์ได้
จุดวางแก้วน้ำสัมภาระเยอะไม่ต้องห่วง
(เวลารับรถเค้าจะกันวงเงินบัตรเครดิตเราไว้ 10,000 บาท
และรับกุญแจรถเราต้องตรวจเช็ครอยชนต่างๆ
และแจ้งพนักงานไว้นะคะ)




ที่แรก ไปหาแหล่งท่องเที่ยวใหม่

>>แกรนด์แคนยอนเชียงใหม่<<

ขับรถจากสนามบินไปทางอำเภอหางดงประมาณ 20 นาที
ก็ถึงค่ะ ซึ่งไปพบว่าเป็นบอดินเก่า มี 2 เจ้าติดกันเลยค่ะ

เจ้าที่ไปเจอจุดนี้ชื่อ The Canyon Chiangmai ค่ะ
ลักษณะบ่อนี้จะเหมือนชายหาด เป็น beach เหมือนทะเล
บ่อแนวกว้างๆ เป็นทรงกลม  แต่ก็มีหอให้กระโดดค่ะ
ค่าเข้า 50 บาท นำตั๋วไปลดราคาร้านอาหารได้ค่ะ




ที่ The Canyon Chiangmai มีร้านอาหาร
และกาแฟชื่อ Worken Coffee Beach Bar
นั่งชมวิวกันจุดนี้ชิลๆค่ะ




ต่อไปเราเดินไปอีกบ่อ ซึ่งอยู่ติดกันค่ะ
เป็นของอีกเจ้าหนึ่งค่ะ ชื่อ
หางดง แกรนด์แคนยอน / Hangdong Grand Canyon



สำหรับหางดงแกรนด์แคนยอน
จะมีทั้งทางลงแบบ beach เหมือนชายหาด
และจุดน้ำลึกไว้กระโดดได้ เหมือนกัน
แต่มีป้ายสัญลักษณ์ Grand Canyon ด้านหลังสันบ่อ
และมีสันบ่อดินที่โอบล้ม รูปบ่อเป็นแนวยาวมากกว่า
ทำให้เห็นสันบ่อสูง ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมกว่านะคะ
ค่าเข้า 50 บาทเช่นกันค่ะ นำตั๋วไปลดค่าเครื่องดื่มได้ค่ะ



ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ เป็น น้ำอัญชัญมะนาวสักแก้ว
ที่ หางดง แกรนด์แคนยอน / Hangdong Grand Canyon


ทีนี้จะขับรถเข้าเมือง ไปกันต่อที่

กาดฝรั่ง

เป็น Community Mall ที่มี Premium Outlet
ด้วยมาแวะเดินซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมลดราคากันได้
หรือมาทานอาหารที่นี่ก็ได้ค่ะมีร้านอาหารให้เลือกเยอะค่ะ


ไปดื่มเครื่องดื่มเย็นๆที่ Starbucks กาดฝรั่ง
ซึ่งเค้าตกแต่งสไตล์สถาปัตยกรรมล้านนากันเลยทีเดียว
เป็นร้าน Starbucks ที่เก๋น่ารักดี ไป selfie
กับมุมเก๋ๆของ Starbucks กาดฝรั่ง



บ่ายโมงแล้วหิ๊ว หิว ขับรถเข้าเมืองกันต่อ
ไปแวะกินอาหารเหนือ อร่อยๆ ราคาประหยัด ที่

ร้าน เฮือนเพ็ญ2

ใกล้ถนนเลียบคลองชลประทานค่ะ
บรรยากาศร้านเรียบง่าย มีอาหารเหนือในตู้น่ากิน ราคาเบาๆ
จัดไปน้ำพริกหนุ่มกับผัก , ซี่โครงหมูทอด และ ต้มยำไก่บ้าน ค่ะ



ซื้อน้ำพริกลำไยกลับมาลองด้วย
อร่อยดี กระปุกละ 35 บาท


เช็คอินห้องพัก ที่ โรงแรม แอท พิงค์นคร
ซอย นิมมาน 12
โรงแรมน่ารักๆ สไตล์บูทีคโฮเท็ล
ที่ย่านนิมมานฯ ค่ะ


ขนาดห้องกว้าง 40 ตร.ม. อยู่สบาย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ




อ่านรีวิวเพิ่มเติม

>>โรงแรม แอท พิงค์นคร ซอย นิมมาน 12<<

ยังพอมีเวลาก่อนถึงมื้อเย็น
เราก็แว๊บไปทำสปาแบบล้านนาให้ผ่อนคลาย
สบายๆ ที่ The Oasis Spa Lanna
พิกัดอยู่ใกล้วัดพระสิงห์ ค่ะ
มา โอเอซิส สปา สาขาไหนก็ประทับใจค่ะ
บริการเป็นเลิศเสมือนเราเป็นคนพิเศษ


เลือกแพ็คเกจนวดสไตล์ล้านนา ผ่อนคลาย
กล้ามเนื้อกันเบาๆแบบไม่ต้องหนักหน่วงค่ะ


อ่านรีวิวเพิ่มเติม

>>Oasis Spa Lanna<<


เสร็จแล้วได้เวลามื้อเย็น
เราก็ไปกินมื้อเย็นกันที่ ร้าน
โอ้กะจู๋ สาขา Nim City Daily
ใกล้สี่แยกไปสนามบินค่ะ


เมนูสเต็กซี่โครงหมูสะพานโค้ง ยอดฮิต ซอสเข้มข้นถูกใจ
เมนูสลัดผลไม้ ยอดฮิต กินแล้วสดชื่น




อ่านรีวิวเพิ่มเติม
>>ร้านโอ้กะจู๋ สาขา นิม ซิตี้<<

เสร็จแล้วไปเดินซื้อของกิน และน้ำดื่มไว้
ตุนกันเผื่อนั่งทำงานที่ห้องดึกๆแล้วหิว แฮ่ๆ
ของดีของสด ที่ Rimping The Market
ในบริเวณ Nim City Daily นี่แหละค่ะ


พอกลับโรงแรมแล้วก็ยังไม่ง่วง
ออกไปเดินเล่นถนนนิมมานฯ ยามค่ำคืน
ซึ่งถนนนิมมาน มีเสน่ห์ตรงที่ มีร้านอาหาร
และร้านขายสินค้าต่างๆ น่าสนใจหลายร้านค่ะ







เดินไปจนถึง Think Park
ที่สี่แยกรินคำ เลยค่ะ


ไปซื้อของน่ารักๆ ที่ Think Park ร้านงานฝีมือต่างๆ
ได้กระเป๋าผ้าลายน่ารักๆ ติดมือกลับมา


ระหว่างทางถึงนิมมานซอย 6 แวะกินลูกชิ้นทอดทองสุข
มีอยู่ทั่วเมืองค่ะ ร้อนๆอร่อยๆ ถุงละ 20-30 บาท
เยอะมาก  ลูกชิ้นปิ้งก็เข้าท่า



แล้วไปนั่ง Cafe คลายร้อน
ที่ร้าน Wake Up
เปิด 24 ชม. ที่ปากซอยนิมมาน 10
มีเมนูเครื่องดื่มและของว่างให้สั่งกันได้ 
wifi free ที่เสียบปลั๊กพร้อม
ที่นั่งติวหนังสือเพียบ อ่ะ



แล้วเดินกลับห้อง สามทุ่มครึ่ง
ได้เวลาพักแข้งขา เอ้ยยย พักผ่อน
 
ติดตามกันต่อทริปวันที่ 2 กันนะคะ
 

 






 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Powered by MakeWebEasy.com